Search

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ตม.ภูเก็ตถอนวีซ่าชายชาวต่างชาติเจ้าของอาคารลอยน้ำแล้ว เบื้องต้นจากการตรวจสอบยังไม่ออกนอกประเทศ แต่ยังไม่พบตัว ขณะที่จังหวัดภูเก็ตตั้งคณะกรรมการเพื่อติดตามการดำเนินการเรื่องนี้โดยเฉพาะ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ทัพเรือภาคที่ 3 โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต 3 (ศรชล. เขต 3 ) จัดเรือ ต.991 พร้อมชุดสหวิชาชีพ เข้าไปตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างลอยน้ำไม่ทราบสัญชาติ ซึ่งติดตั้งอยู่กลางทะเลห่างจากเกาะราชา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ไปประมาณ 12 ไมล์ทะเล

หลังจากเวปไซด์ของโอเรียนบิลเดอร์ ได้รายงานความสำเร็จของ Chad Andrew Elwartowski และ Nadia Summergirl ในการสร้างที่พักตามแนวทางของกลุ่ม Seasteading ซึ่งได้โฆษณาชักชวนให้ผู้ที่ชื่นชอบในแนวคิดดังกล่าว มาอาศัยอยู่เพื่อจัดตั้งชุมชน โดยมีเป้าหมายที่จะสถาปนาเป็นรัฐอิสระหรือเขตปกครองตนเองขึ้นในอนาคต แต่ไม่พบผู้อยู่อาศัยบนอาคารดังกล่าว แลทางนายทหารพระธรรมนูญ ทัพเรือภาคที่ 3 ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับบุคลที่มีการอ้างถึง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 กับพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต เรียบร้อยแล้ว.

.

ความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (17 เม.ย.62) ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีชาวต่างชาติและภรรยาชาวไทยได้สร้างบ้านลอยน้ำ (Seasteading) เป็นเขตปกครองตนเองเหนือน่านน้ำสากล บริเวณนอกชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 2/2562 โดยมีนายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, อัยการ กอ.รมน.ภูเก็ต, ตัวแทนจากทัพเรือภาคที่ 3, ชุด ชป.สห.รส.ทภ.4,ชุดปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อย จ.ภูเก็ต กรมทหารราบที่ 25 , เจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต, ตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต, ประมง, โยธาธิการและผังเมือง, อุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วม.

นายภัคพงศ์ ทวิภัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังการประชุมฯ ว่า ครั้งนี้เป็นการประชุมติดตามผลการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรณีสร้างวัตถุลอยน้ำแล้วนำไปติดตั้งที่บริเวณนอกชายฝั่งใกล้กับจังหวัดภูเก็ต ระยะห่างจากเกาะราชาใหญ่ไปประมาณ 2 ไมล์ทะเลกว่า ห่างจากตัวจังหวัดภูเก็ต และแหลมพันวา ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ไปประมาณ 39 กิโลเมตร หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการประชุมร่วมกันมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งในการตรวจสอบนั้นมีการดำเนินการแยกเป็น 2 ส่วนในส่วนพื้นที่ทางทะเล เป็นอำนาจหน้าที่ของศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต 3 (ศรชล. เขต 3 ) และทัพเรือภาคที่ 3 กับ ความรับผิดชอบของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่บนฝั่ง เช่น การว่าจ้างให้ประกอบหรือสร้างวัตถุลอยน้ำ สถานที่ในการก่อสร้าง เป็นต้น ว่า มีการดำเนินการขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และ พ.ร.บ.โรงงาน หรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ทางจังหวัดภูเก็ตได้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อมาติดตามเรื่องนี้โดยเฉพาะ

ด้าน พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง ผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต (ผกก.ตม.ภูเก็ต) กล่าวถึงการดำเนินการกับชายชาวต่างชาติหรือต่างด้าวที่เกี่ยวข้องกับอาคารลอยน้ำ ว่า จากการตรวจสอบประวัติพบว่า มีการเดินทางเข้ามาในลักษณะ non-immigration visa (ประเภทชั่วคราว) ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรประมาณ 90 วัน จากนั้นได้มีการต่อวีซ่ามาโดยตลอด และจนถึงวันที่เกิดเหตุต่างด้าวคนดังกล่าวยังมีสิทธิ์อยู่ภายในราชอาณาจักร

กระทั่งได้รับการประสานจากทัพเรือภาคที่ 3 ว่าบุคคลดังกล่าวมีพฤติกรรมเข้าข่ายกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งตามมาตรา 12 ของพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ระบุไว้ว่าลักษณะของคนต่างด้าวที่เป็นบุคคลต้องห้าม ซึ่งมีพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมและความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของราชอาณาจักร ทางสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต จึงได้ทำการเสนอขออนุมัติเพิกถอนวีซ่าในการอยู่ในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าวรายดังกล่าวไปแล้ว และได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันทางตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ตก็ลงบันทึกในบัญชีบุคคลต้องห้ามต่อไป

.

.

ในส่วนของที่อยู่อาศัยของต่างด้าวรายดังกล่าว พบว่ามีการแจ้งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่จากการไปตรวจสอบ ปรากฏว่าไม่พบเจอตัวแต่ยืนยันว่าได้พักอาศัยจริง โดยชายคนดังกล่าวได้เข้ามาในราชอาณาจักรไทย เมื่อประมาณปลายปี 2561 และอยู่อาศัยกับหญิงไทยในจังหวัดภูเก็ต ก่อนจะมีดำเนินการก่อสร้างตามที่เป็นข่าวซึ่งใช้เวลานานพอสมควร และเมื่อมีการยกเลิกวีซ่าทำให้สิทธิ์ในการอยู่อาศัยในประเทศไทยหมดลง จึงต้องแจ้งให้มารายงานตัว หรือให้เจ้าหน้าที่ไปเชิญตัวมา เพื่อแจ้งให้ทราบว่า ไม่มีสิทธิ์อยู่ภายในราชอาณาจักรแล้ว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างติดตามตัว และจากข้อมูลพบว่า ยังไม่มีการเดินทางออกจากราชอาณาจักร จึงได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดข้างเคียงเพื่อติดตามตัว

ส่วนของคดีนั้น พ.ต.อ.วิทูรย์ กองสุดใจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ให้ข้อมูลว่า ทางทัพเรือภาพ 3 ได้แจ้งข้อกล่าวหากับทั้งสองคน (ชาวต่างชาติและภรรยาชาวไทย) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดดังกล่าว โดยแยกเป็น 2 ส่วน คือ ทางทะเล เป็นส่วนของทัพเรือภาคที่ 3 ดำเนินคดีร่วมกับทางเจ้าท่าฯ ภูเก็ตเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การเดินเรือ ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาข้อกฏหมายว่ามีฐานความผิดใดบ้าง กับในส่วนของสถานที่ต่อเรือ ซึ่งจะมีการตรวจสอบว่ากระทำความผิดใดหรือไม่ เช่น มีการขออนุญาตก่อสร้าง หรือมีการรุกล้ำพื้นที่หรือไม่ โดยมีหน่วยงานร่วมตรวจสอบหลายฝ่าย เช่น สำนักงานบริการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, เจ้าท่าฯ, อบต.ไม้ขาว เป็นต้น.

.

ขณะที่นายวิวัธน์ ชิดเชิดวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต กล่าวว่า ในส่วนของตัววัตถุลอยน้ำที่ติดตั้งอยู่กลางทะเลนั้น ขณะนี้ได้มีการออกประกาศแจ้งเตือนให้ชาวเรือใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ ควบคู่ไปกับประกาศของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ซึ่งแจ้งเตือนชาวเรือที่เดินเรืออยู่ในบริเวณดังลก่าวให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ ส่วนการรื้อถอนนั้นอยู่ในขั้นตอนหารือแนวทางร่วมกับทัพเรือภาคที่ 3 ว่าจะดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกฎหมายอย่างไร และใช้เส้นทางเดินเรือบริเวณนั้นให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือและหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการเดินเรือเข้าใกล้ในบริเวณนั้น ในส่วนของการเคลื่อนย้ายนั้นจะต้องหารือกับทางทัพเรือภาคที่ 3 ในการดำเนินการตารม พ.ร.บ.ศรชล.

ด้านนายวัชรินทร์ ไชยานุพงศ์ อุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า โรงงานที่ก่อสร้างวัสดุลอยน้ำหรือบ้านลอยน้ำในทะเลนั้น ตั้งอยู่ที่บ้านหยิด หมู่ที่ 7 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เป็นและในส่วนของโรงงานดังกล่าวไม่ได้ขอใบอนุญาตเปิดเป็นโรงงานต่อเรือ ซึ่งก็ต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป....

.

..

192.168.52.214