Search

วันจันทร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ย้อนเวลาดูวาจา"เหลิม บางบอน"... : คอลัมน์... ขยายปมร้อน โดย... เร้นกาย ไร้เงา บุคคลที่ชื่อ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" คนโตแห่งพรรคเพื่อไทยและอ้างตนเป็นคู่ซี้นายใหญ่หน้าเหลี่ยมนั้น...ย่อมมิอาจมองข้ามไปได้

นานๆ ออกโรงที และเวลามาครั้งใดย่อมมิใช่ธรรมดา...

บุคคลที่ชื่อ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" คนโตแห่งพรรคเพื่อไทยและอ้างตนเป็นคู่ซี้นายใหญ่หน้าเหลี่ยมนั้น...ย่อมมิอาจมองข้ามไปได้ เพราะคนคนนี้มีสีสันและลีลาเฉพาะตัวที่ไม่มีใครเหมือน

ชายคนนี้เคยเป็น รมต.หลายกระทรวง, เป็นฝ่ายค้านฝีปากระดับแถวหน้า ผ่านประสบการณ์ด้วยการเป็นผู้สมัคร ส.ส.สอบตก ลงสมัครผู้ว่าฯ เมืองหลวงแบบมีนัยบางอย่าง เคยลี้ภัยไปต่างแดนยามท็อปบู๊ทขึ้นฝั่งการเมือง แม้แต่การปะทะกันเองกับคนในเครือข่ายยังเคยเกิดขึ้นยามที่คนโตบางบอน "นอตหลุด" แต่สุดท้ายสามารถกลับลำแบบดื้อๆ ได้เสมือนมิเคยมีอะไรเกิดขึ้น...

ต่างๆ นานากับหลากวีรกรรมของชายวัยเจ็ดสิบปีเศษที่โลดแล่นอยู่บนเวทีการเมืองและสังคมไทยมาหลายสิบปีนั้น เรียกว่า "เพียบเกินบรรยาย" แต่สี่ปีเศษใน "ยุคบิ๊กตู่" ซึ่งชายคนนี้หลบตัวและเพิ่งโผล่ออกมายามที่ คสช.กำลังจะคลายและปลดล็อกการเมืองในช่วงนี้ แน่นอนว่า "เหลิม บางบอน" จะขยับเมื่อใด ต้องมีวาระที่พินิจแล้วว่า "โยนไพ่แล้วคุ้มเสี่ยง"

"เหลิม บางบอน หรือ เหลิม ดาวเทียม" แล้วแต่ใครจะนิยมฉายาใดของชายผู้นี้ ที่กล่าวอ้างกับสังคมเมื่อหลายเพลาก่อนว่า "คว้าปริญญาเอก คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง" มาไว้ข้างกายและชูตัวเองเกี่ยวกับ "ปูมความรู้มิน้อยหน้านักปราชญ์ราชบัณฑิตคนใดบนแผ่นดิน"

ตอนนี้ "เหลิม บางบอน" ออกมาโจมตีขั้วตรงข้ามแล้ว ด้วยการอ้างตำราผสมเหลี่ยมมุมการเมือง...โดยทิ้งหมัดไปยังเป้าเฉพาะคือ "พปชร." ที่เป็นพรรคคู่แข่งอันดับหนึ่งบนสนามการเมืองช่วงนี้ โดยเฉพาะ "สี่เสนาบดี" ที่หลายฝ่ายไล่จี้แบบเหน็บแนมว่าควรอยู่ต่อหรือต้องไขก๊อกหากจะลงสนามหาแต้มให้ พปชร. งานนี้ "คนโตบางบอน" ย่อมไม่พลาดขบวน

เมื่อพินิจวาทะที่ "เหลิม บางบอน" กล่าวต่อสังคมไว้ว่า "พลังประชารัฐเป็นรัฐบาล ซึ่งความเป็นจริง รัฐบาลชุดนี้มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร 4 รัฐมนตรีที่ประกาศตั้งพรรค ก็อาศัยใบบุญได้ร่วมรัฐบาล สมาชิกที่เข้ามาสมัคร ก็อวดศักดา ทำอะไรค่อนข้างเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นๆ เพราะเข้าใจผิดว่าพวกตนเป็นพรรครัฐบาล ในความเป็นจริง ยังไม่มีการเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ ก็เท่ากับว่าเป็นพรรคการเมืองเหมือนกับพรรคอื่นๆ แต่เนื่องจาก 4 รัฐมนตรีไม่ยอมลาออก ยังนั่งอยู่ในตำแหน่ง แล้วก็ออกไปในภูมิภาคอ้างว่าไปรับสมัครสมาชิก บ้างก็อ้างว่าไปรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน

พวกท่านไม่รู้หรือว่า คสช.ร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติเอาไว้แล้วเป็นเวลาถึง 20 ปี รัฐมนตรีบางคนก็ป่าวประกาศว่า จะนำประเทศไทยไปสู่สากล ที่เรียกว่า 4.0 แต่กลับมีสมาชิกบางคนเสนอนโยบายผ่านสื่อต่างๆ ว่าการหารายได้เข้าประเทศ จะต้องเลี้ยงไก่ชน ต้องเลี้ยงโคล้านตัวเพื่อออกไปขายต่างประเทศ มันขัดแย้งสิ้นเชิงกับนโยบายรัฐบาล ไปต่างจังหวัดก็ได้รับการสนับสนุนจากข้าราชการประจำ นำสาวแก่แม่หม้ายมารำไทยรำฟ้อน 4 รัฐมนตรีก็ไปสนุกกันใหญ่ รำกับเขาด้วย ทางการเมือง ความประพฤติอย่างนี้ เขาเรียกขาดธรรมาภิบาล"

แต่ข้อหักล้างนี้ "ศุภชัย สมเจริญ" อดีตประธานกกต. ระบุล่าสุดว่า "ส่วนตัวมองตามข้อกฎหมายเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่ทั้ง 4 รมต.จะต้องลาออกจากตำแหน่งเพราะตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 264 ในบทเฉพาะกาลระบุว่า ให้ ครม.ที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ก่อนที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ เป็น ครม.ตามบทบัญญัตินี้จนกว่าจะมี ครม.ขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งครั้งแรก ซึ่งถือว่า ครม.ชุดนี้มีอำนาจตามปกติตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ ครม.รักษาการตามมาตรา 167(2) ที่ระบุว่า ครม.ทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งเมื่ออายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภา แต่ ครม.ชุดนี้มีบทเฉพาะกาลรองรับไว้"

ลิดจากความทรงจำมาให้สังคมพินิจกับลีลาของ "คนโตบางบอน" พอสังเขป..."9 ธันวาคม 2556" คือวันที่ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ประกาศยุบสภาเพื่อเลี่ยงการชุมนุมขับไล่ของ กปปส. หลังจากคนในพรรคลักหลับออกร่างกฎหมายนิรโทษกรรมและมีข้อเรียกร้องรวมทั้งคำถามตามมาว่า "ครม.ปู" ควรพ้นออกไปหรือไม่...

"17 ธันวาคม 2556" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวถึงกรณี "สุรพล นิติไกรพจน์" อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ระบุว่า "เมื่อยุบสภาแล้ว นายกรัฐมนตรีสามารถลาออกได้" โดยยามนั้น เหลิม ดาวเทียม โต้ไปว่า "ขอท้านายสุรพลและนักวิชาการอีกหลายคน ไปออกรายการทีวี ประชาชนจะได้รู้ว่านักวิชาการบางคนโง่ แกล้งโง่ หรือรับงานมาโง่ เอามาเลย นายสุรพลจะมาพบกับผมเวทีไหนก็ได้ และให้ประชาชนฟังแล้วตัดสิน"

"3 มีนาคม 2557" ร.ต.อ.เฉลิม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ(ศรส.) แถลงว่า "รักษาการนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่พ้นจากตำแหน่งนายกฯ รักษาการ แม้ไม่สามารถเรียกประชุมสภาครั้งแรกภายใน 30 วัน"

เรื่องวันนี้กับเหตุวันวานกับลีลาของชายคนเดียวกันนั้น สังคมพินิจกันเองว่า "บาลีนั้นเลี่ยงได้เสมอ...สำหรับใครบางคนนั้น" จริงหรือไม่ โดยเฉพาะกับชายสูงวัยในข้างต้น...

192.168.52.211