Search

วันอาทิตย์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

แม้บริษัท XXX ที่ทำเหมืองปูนใน จ.สระบุรี ถูกตรวจสอบพบการ ทุจริตปลอมแปลงโฉนดที่ดินอ้างสิทธิ์ทำเหมืองแร่ แต่ทุกวันนี้ก็ยังดำเนินกิจการตามปกติ ทั้งยังมีแผนขยายพื้นที่ประทานบัตรทำเหมืองเพิ่ม นอกจากนี้ยังซ้ำเติมชาวบ้านในพื้นที่ด้วยการสร้างโรงไฟฟ้าซึ่งเป็นอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากการทำเหมือง เหตุใดบริษัทเอกชนรายนี้ จึงดำเนินกิจการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างง่ายดาย

ชาวสระบุรีต้องใช้ชีวิตอยู่กับเหมืองหินปูน และการประกอบอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์มาอย่างยาวนาน โรงงานที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาเป็นภาพชินตาของชาวบ้านที่นี่ ธรรมชาติที่เคยสวยงามถูกรบกวนและค่อยๆถูกกลืนกินจากภาคอุตสาหกรรมที่ไม่รู้จักคำว่าพอ มันเป็นเหมือนระเบิดเวลาที่รอวันที่ชาวบ้านจะหมดความอดทน

รอยต่อระหว่างอำเภอมวกเหล็ก และอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เคยได้รับการสำรวจว่าเป็นพื้นที่โอโซนบริสุทธิ์อันดับ 7 ของโลก วันนี้ต้องเปลี่ยนไปหลังการรุกคืบของสัมปทานเหมืองหินปูนของบริษัท XXX จำนวนหลายพันไร่

การรุกคืบของเหมืองแร่ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้เป็นเจ้าของรีสอร์ทแห่งหนึ่งในอำเภอมวกเหล็ก ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากจุดที่มีการทำเหมืองไม่กี่กิโลเมตร กำลังกังวลว่าอากาศที่บริสุทธิ์ จะเปลี่ยนไป

นี่คือแผนที่แสดงแนวเขตพื้นที่สัมปทานของเหมืองปูน บริษัท XXX ชาวบ้านคนหนึ่งชี้ให้ดูว่ามีความพยายามที่จะขยายกำลังการผลิตออกมาจากจุดเดิม ซึ่งเข้ามาประชิดชุมชนและทำลายป่าไม้ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า

จากแผนที่ดังกล่าวจะพบว่า แนวเขตสัมปทานประชิดถ้ำพระโพธิสัตว์ และถ้ำลำภูทองที่ชาวบ้านหวงแหน ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งพาเราไปดูถ้ำลำภูทอง เราพบว่าเป็นถ้ำนี้อยู่ในป่าลึก และยังไม่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เป็นถ้ำหินงอก หินย้อยสวยงาม มีทางออกเชื่อมโยงไปถึงถ้ำพระโพธิ์สัตว์ ซึ่งชาวบ้านเกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากการของประทานบัตรทำเหมืองแร่ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง

หลังออกจากถ้ำลำภูทอง เราเดินทางไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับการทำเหมืองปูนมากที่สุด ชาวบ้านให้ข้อมูลว่าต้องระทมทุกข์กับปัญหาฝุ่นและเสียงมานานหลายปี และล่าสุดไม่นานนี้มีเวทีประชาพิจารณ์สัมปทานเหมืองแร่ก็ส่อพบการทุจริต เพราะกันชาวบ้านที่เห็นต่างไม่ให้เข้าร่วมเวที ผลลัพท์ที่ได้คือเสียส่วนมากเห็นด้วยกับการขยายพื้นที่สัมปทานเหมืองปูนได้สำเร็จ

เหมืองปูนบริษัท XXX ไม่เพียงแค่สร้างความแตกแยกในชุมชน และส่อการทุจริตในการทำประชาพิจารณ์สัมปทานเหมืองปูนเท่านั้น ยังมีปัญหาการปลอมโฉนดที่ดินเพื่อนำไปทำเหมืองด้วย

เช้าวันที่ 22 มิถุนายน ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. เปิดยุทธการปราบโกงที่ดิน นำหมายศาลเข้าตรวจค้น บริษัททีพี XXX ที่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี หลังสืบสวนพบว่ามีการออกโฉนดที่ดินปลอม รุกล้ำแนวเขตเขาเดิมเกือบ 100 ไร่ มาใช้อ้างกรรมสิทธิ์ในการทำโรงปูนในพื้นที่ป่า จากที่มีประทานบัตรเหมืองแร่ไว้ 28 แปลง

เจ้าหน้าที่กรมที่ดินได้ตรวจสอบพิกัดรอบแปลงร่วมกับบริษัทว่าพื้นที่ที่นำเอกสารมาแสดง มีการบุกรุกหรือไม่ โดยได้ชี้จุดในเอกสาร และยังพบพื้นที่ที่ระเบิดหินเพิ่มเติม จึงถือว่ามีการรุกล้ำจริง

พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ บอกว่า พบการนำโฉนดที่ดินไปปลอมเสมือนจริง แล้วมอบให้บริษัทXXX ในการอ้างสิทธิ์เข้าไปทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้มีการตรวจสอบพบการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน พร้อมเข้าจับกุมและแจ้งข้อหาไปแล้ว และเชื่อว่ามีการกระทำลักษณะนี้มาเป็นเวลานาน

ขณะที่กรมอุตสาหกรรมพื้นที่และการเหมืองแร่ ได้มีการดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญากับบริษัท XXX รวม 5 คดี โดยมีคดีอาญา จำนวน 2 คดี คดีแพ่ง จำนวน 3 คดี เพื่อเรียกค่าเสียหายกับบริษัท คิดเป็นค่าเสียหายรวมประมาณ 6.337 พันล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการในชั้นศาล แต่ไม่ส่งผลต่อการพิจารณาการให้ประทานครั้งต่อไป

นอกจากบริษัท XXX จะทำเหมืองปูนเพื่อผลิตปูนซีเซนต์แล้ว บริษัทยังซ้ำเติมชาวบ้านในพื้นที่ด้วยโครงการโรงไฟฟ้าขยะที่สอดแทรกโรงไฟฟ้าถ่านหินเข้าไปด้วยพฤฒิ เกิดชูชื่น ชาวอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งบนถนนมิตรภาพ บอกว่า บริษัท XXX ได้ขอก่อสร้างโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนเพิ่มอีกหนึ่งแห่ง บริเวณ บ้านซับบอนโดยใช้ถ่านหิน 80% ใช้ขยะ 20% เป็นเชื่อเพลิง และใช้น้ำจากแม่น้ำป่าสักอย่างมากในกระบวนการผลิต ซึ่งจะก่อให้เกิดมลพิษต่อผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นรัศมีวงกว้างกว่า 30 กิโลเมตร

ขยะจำนวนมากจะถูกขนส่งมากองรวมกัน เกิดกลิ่นเหม็นเน่า น้ำเสียจากกองขยะที่ซึมลงใต้ดินจะขยายวงกว้างเป็นแหล่งเพาะเชื่อโรคแพร่กระจายสู่ชุมชน และแน่นนอนการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการโรงไฟฟฟ้าดังกล่าวของบริษัท XXX ก็เป็นไปอย่างไม่โปร่งใส

ปัจจุบัน XXX มีโรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมต่อเนื่องจาก การเผาปูนจากเหมือง ทั้งหมด 7 โรง และกำลังจะขอสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มอีกแห่งที่ใช้เชื้อเพลิงจากถ่านหิน ที่ซื้อมาจากต่างประเทศ โดยบริษัท XXX จะใช้รถขนส่งลำเลียงมาไม่น้อยกว่าวันละ 90 เที่ยว/วัน ขนขยะอีกวันละ 120 เที่ยว/วัน จะทำให้การจราจรถนนมิตรภาพมีปัญหามากขึ้น และกระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

ทั้งโครงการเหมืองปูน และโรงไฟฟ้าขยะสอดแทรกโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ถูกสร้างในพื้นที่เดียวกัน โดยไร้การมีส่วนร่วมจากชาวบ้านในพื้นที่ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่าเป็นผู้ถูกกระทำจากบริษัทยักษ์แห่งนี้ พวกเขาร้องขอให้กรรมการตลาดหลักทรัพย์ ตรวจสอบธรรมาภิบาลการดำเนินกิจการของบริษัท XXX เพราะการกระทำของเอกชนรายนี้ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงโดยไม่คิดถึงหัวอกของชาวบ้านนั้น ไม่ควรเป็นกิจการที่เจริญรุ่งเรือง

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาดูจากระดับนโยบายแล้วก็พบว่า รัฐบาลยังคงสนับสนุนอุตสาหกรรมเหมืองปูน เพื่อรองรับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ รวมถึงการขยายเขตอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าของรัฐหลายโครงการที่ต้องหยุดชะงัก ก็ต้องเปลี่ยนแผนมาสนับสนุนให้ภาคเอกชนผลิตแทน เหล่านี้ล้วนเป็นเหตุผลให้บริษัทเอกชนหลายราย ดำเนินกิจการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างง่ายดาย ขณะที่ชาวบ้านต้องกลายเป็นผู้รับกรรม

ผู้สื่อข่าวสายงาน คุณภาพชีวิต-สิ่งแวดล้อม เนชั่นทีวี ได้รับรางวัลสารคดีเชิงข่าวยอดเยี่ยม แสงชัย สุนทรวัฒน์ และข่าวโทรทัศน์สืบสวนดีเด่น สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

บทความล่าสุด

192.168.52.212