Search

วันศุกร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

รวบแล้ว วิน จยย.โก่งค่าโดยสารเกินจริง เจ้าตัวรับก่อเหตุช่วงเทศกาลมากกว่า 10 ครั้ง ได้เงินไปดื่มสุรา ตร.ยังตามไล่ล่าอีก 1

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "Sudarat Boonchai" ได้โพสต์ข้อความพร้อมคลิปวิดีโอเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะตนเองและเพื่อนได้ใช้บริการโดยสารวินมอเตอร์ไซด์บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต 2 โดยระบุว่า "เตือนภัย ! ไอ้นี้มันบอกว่ามันเปนวิน ยุน่าหมอชิต2 แล้วตอนนั้นรถก็ติดแท็คซี่ก็ไม่มี มันก็บอกว่าเดียวไปส่งด้านนอกรถมันติด ความที่เราใม่เคยมา ก็เรยขึ้น มันขับออกจากหมอชิตไม่ถึงกิโล มันบอกว่า 450 บาท "

ที่ สน.บางซื่อ ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 3 มกราคม พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ ได้สั่งให้ฝ่ายสืบสวน สน.บางซื่อ ตรวจสอบข้อจริง และตรวจสอบรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวในคลิป เป็นรถฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาว หมายเลขทะเบียน 6กคม 8788 กทม.ว่าใครครอบครอง และติดต่อผู้เสียหายทั้ง 2 ราย มาสอบปากคำ เพื่อเอาผิดผู้ต้องหา ในข้อหาเรียกเก็บค่าโดยสาร หรือค่าบริการอื่นเกินกว่าอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง

จนกระทั่งเวลา 12.50 น. ผู้เสียหายเดินทางพบพนักงานสอบสวน และให้การตรงตามที่ระบายลงในเฟซบุ๊ก ต่อมาตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางซื่อรู้ตัวคนขับแล้วพร้อมได้อายัดรถคันดังกล่าวที่ท้องที่ สน.นางเลิ้ง ซึ่งเป็นที่พักของคนร้าย นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก เดินทางมาประสานงานพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ เพื่อขอข้อมูล เพราะเป็นความผิดเกี่ยวกับการเรียกค่าบริการ ตาม พรบ.จราจรทางบก

จากนั้น เมื่อเวลา 19.00 น. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ พ.ต.ท.พิชิต กอปรกิจงาม รองผกก.สส.สน.บางซื่อ พ.ต.ท.สมาน ครองสิน รองผกก.(สอบสวน) สน.บางซื่อ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายธรรมรัตน์ อ่ำน้อยวงษ์ อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 7/2561 ลงวันที่ 3 มกราคม 2561 ในข้อหา ร่วมกันกรรโชกพร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีขาวดำ ทะเบียน 6กค 8788 กรุงเทพมหานคร โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 273/190 ถ.พะเนียง แขวงโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า จากเหตุที่เกิดขึ้นมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว 3 ราย พบว่ามีผู้ก่อเหตุ 2 คน โดยตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 1 คน คือนายธรรมรัตน์ อ่ำน้อยวงษ์ ส่วนนายอ้อม (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 8/2561 ลงวันที่ 3 มกราคม 2561 ในความผิดร่วมกันกรรโชก ยังอยู่ระหว่างหลบหนี

คดีแรกมีผู้เสียหาย 2 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2561 เวลาประมาณ 01.55-02.00 น. ต่อเนื่องกัน ได้เดินทางมาจากภาคเหนือมาลงรถที่สถานีขนส่งจตุจักร(หมอชิต) ถ.กำแพงเพชร 2 แขวงและเขตจตุจักร กรุงเทพฯ ได้เรียกรถจักรยานยนต์ให้ไปส่งที่ป้ายรถเมล์ หน้าวัดเสมียนนารี ถ.วิภาวดี ต่อมามีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์อ้างตัวเป็นวินจักรยานยนต์รับจ้าง ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ ทะเบียน 6กค 8788 กรุงเทพฯ ได้เรียกนายอ้อม ซึ่งขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฟีโน่ (ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน) มารับผู้เสียหาทั้ง 2 คนไปส่งที่ถนนวิภาวดีรังสิตเพื่อต่อรถ เมื่อได้รับผู้โดยสารแล้วได้พาผู้เสียหายไปส่งกันคนละจุดซึ่งเป็นที่เปลี่ยว ช่วงเวลากลางคืนไม่มีรถผ่านไปมา ทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวว่าจะไม่ปลอดภัยจึงยอมให้เงินไปคนละ 480 บาท ซึ่งเป็นค่าโดยสารเกินราคาที่แพงกว่าความเป็นจริง และมีพฤติการณ์ข่มขู่จะทำร้ายร่างกายหากไม่จ่ายค่าโดยสารตามที่เรียกเก็บ

คดีที่ 2 เหตุเกิดเมื่อเวลา 06.55-07.00 น. วันที่ 2 มกราคม ผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้หญิง ได้เดินทางมาจาก จ.อุบลราชธานีมาลที่สถานีขนส่งจตุจักร (หมอชิต) โดยนายธรรมรัตน์ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาหาและบอกว่าจะไปส่งที่ด้านนอกสถานีขนส่งบริเวณป้ายรถประจำทาง ถนนวิภาวดี โดยได้เรียกเก็บค่าโดยสาร 450 บาท ผู้เสียหายบอกว่าแพงไปจึงให้เงินไปจำนวน 100 บาท แต่นายธรรมรัตน์กลับไม่พอใจ ได้พูดจาข่มขู่ มีพฤติการณ์จะทำร้ายร่างกายรถแท็กซี่ที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาช่วยเหลือ

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบรถที่ใช้กระทำผิดเป็นรถจักรยานยนต์ของผู้ต้องหารายหนึ่งซึ่งเป็นนักโทษอยู่ในเรือนจำในข้อหาค้ายาเสพติด ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัตินายธรรมรัตน์พบว่าเคยถูกจับดำเนินคดีมาแล้ว 5 ครั้งในพื้นที่ สน.นางเลิ้ง ประกอบด้วยปี 2552 ข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษ ปี 2553 ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ปี 2554 ข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษ 2 ครั้ง ปี 2555 ข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษ

จากการสอบสวนนายธรรมรัตน์รับสารภาพ ว่ามักจะก่อเหตุในช่วงเทศกาลทั้งสงกรานต์และปีใหม่ ก่อเหตุมามากกว่า 10 ครั้ง ทั้งนี้ได้ก่อเหตุช่วงวันที่ 1-2 ม.ค. ได้เงินคืนละ 2,000 บาท หลังจากได้เงินก็จะนำไปดื่มสุรา

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา 5 ข้อหาประกอบด้วย 1.กรรโชกทรัพย์โดยข่มขู่จะทำร้าย ต้องระวางโทษไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ 2.ความผิดตามพ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 23/1 ใช้รถจยย.ส่วนบุคคลมารับจ้างรับผู้โดยสาร ปรับตาม ม.62/1 ปรับไม่เกิน 2,000 บาท 3.มาตรา 64 ขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 4.ม.6(3)ใช้รถที่ยังไม่ได้เสียภาษีประจำปี มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และ 5.มาตรา 66 ขับรถโดยไม่แสดงสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือรถ มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

192.168.52.215