Search

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) - เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 ธันวาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นายสมร คำใบ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่8 ม.7 ต.โพนทอง อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย

ปีนขึ้นไปบนเสาวิทยุสื่อสาร ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริเวณหลังอาคาร 8 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน นั่งอยู่บนความสูงประมาณ 6 ชั้น ของอาคาร ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ติดต่อ นายแสวง อุปฮาด พร้อมญาติอีก 4 คน ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษก ตร. เพื่อให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุและแรงจูงใจที่ นายสมร ปีนขึ้นไปบนเสาส่งสัญญาณวิทยุสื่อสาร ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้เตรียมเบาะลม พยาบาล หน่วยกู้ชีพ เข้ามาในพื้นที่ เนื่องจากนายสมร มีอาการอ่อนเพลีย จากการขึ้นไปอยู่บนเสาส่งสัญญาณวิทยุสื่อสารมากกว่า 7 ชั่วโมง ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ก็พยามเกลี้ยกล่อม เพื่อให้นายสมร ลงมา ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามติดต่อ น.ส.กฤษณา คำใบ อายุ 25 ปี (ภรรยา) รวมทั้งครอบครัวของ น.ส.กฤษณา ให้มาช่วยเกลี้ยกล่อม แต่ได้รับการปฏิเสธ เนื่องจากก่อนหน้านี้ถูก นายสมร ทำร้ายร่างกายจนต้องหลบหนีมาบ้านญาติต่างจังหวัด


นายแสวง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้นายสมร มีความเครียดและเคยบ่นเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาว่าทะเลาะกับ น.ส.กฤษณา คำใบ ภรรยา จนถึงขั้นลงมือทำร้ายร่างกาย ส่วนสาเหตุของการทะเลาะกันนั้น ตนเองไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร ทราบเพียงว่านายสมร มีความเครียดมาก แต่ไม่เคยบอกว่าจะมาก่อเหตุลักษณะดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ ทางทีมเจรจาได้พยายามยื่นเงื่อนไขต่อรอง เพื่อทำให้นายสมร เกิอาการผ่อนคลาย และพยายามติอต่อ น.ส.กฤษณา เพื่อให้มาพูดคุยกับนายสมร จึงอยากฝากไปถึงนางสาวกฤษณา ให้หันหน้าเข้ามาคุยกับสามีก่อน ค่อยๆ พูด ค่อยๆ จากัน ทางตำรวจพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้โทรศัพท์มาเน้นย้ำกับทีมเจรจาว่า ให้พยายามรักษาชีวิตของนายสมร เป็นอันดับแรก หากนายสมร ต้องการอะไร ให้รับปากช่วยเหลือทุกอย่าง พร้อมยอมรับว่าไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ ทราบว่า ชายคนดังกล่าวเดินเข้ามาภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา และมีการคุยโทรศัพท์พร้อมกับร้องไห้ ก่อนจะปีนขึ้นไปบนเสาแล้วโปรยเอกสารลงมาประมาณ 3 ใบ ประกอบด้วย สำเนาบัตรประชาชน ระบุชื่อ นายสมร คำใบ อายุ 43 ปี และใบข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ระบุชื่อ น.ส.กฤษณา คำใบ อายุ 25 ปี รวมทั้งเอกสารข้อมูลระบุเบอร์โทรศัพท์มากกว่า 10 ชื่อ

ผู้เห็นเหตุการณ์อีกราย บอกว่า เห็นผู้ชายคนดังกล่าวปีนขึ้นไปเสาวิทยุสื่อสาร เวลาประมาณ 07.00-08.00 น. ตอนแรกนึกว่าเป็นช่างซ่อมบำรุง จึงไม่ได้สังเกตหรือเอะใจอะไร จนกระทั่งทราบว่าได้ปีนขึ้นไปบนเสาวิทยุสื่อสารเป็นเวลาหลายชั่วโมง



ต่อมาเวลา 15.45 น. นายสมร ได้ยอมลงจากเสาสื่อสาร โดยรถกระเช้า หลังจากที่ ร.ต.ท.หญิงวันวิสา ธีระปัญญาชัย หรือหมวดผึ้ง รอง สว.ฝอ.1บก.อก.สทส.หนึ่งในทีมเจรจา ขึ้นรถกระเช้าเข้าไปพูดคุยด้วย โดยในระหว่างนั้น นายสมร มีท่าทีคลายความกังวล พูดคุย เจรจาโต้ตอบกับเจ้าหน้าที่ ก่อนใจอ่อนยอมลงจากเสาโดยดี ด้วยสภาพอิดโรย โดยมีญาติ และหลานอายุประมาณ 5 ขวบ มารอรับ ท่ามกลางความดีใจของไทยมุง โดยมีทีมแพทย์ และจิตแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจรองรับพูดคุย ก่อนพาส่งบ้านพักที่จ.ปทุมธานี พร้อมกับญาติ หลังจากขึ้นไปอยู่บนเสาสื่อสารและเจ้าหน้าที่ใช้เวลาเจรจา มากกว่า 7 ชั่วโมง


พ.ต.อ.ดนัย กิมสูงเนิน ผกก.กลุ่มงานการมีส่วนร่วมของประชาชน กองแผนงานอาชญากรรม สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ หัวหน้าทีมเจรจา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตนเป็นหนึ่งในตำรวจ 20 นาย ที่ผ่านการฝึกอบรมการเจรจาต่อรอง โดยตนผ่านการอบรมที่กองบัญชาการศึกษา และที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งกรณีนี้ได้รับแจ้งว่ามีชายปีนเสาสื่อสาร จึงนำทีมเจรจา ซึ่งทันทีที่มาถึง พบว่ามี พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ กัลยาวัฒนเจริญ ผกก.อก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร.อยู่แล้ว จึงหารือกันและใช้ทักษะการเจรจาพูดคุย สอบถาม คุยเป็นเพื่อนอย่างเข้าอกเข้าใจ จนผู้ที่ปีนเสาอยู่คลายกังวลและไว้ใน โดยในระหว่างการเจรจา เรามีทีมตำรวจสันติยาล 3 ทีมข้อมูล และทีมนักจิตวิทยาหารือกันตลอดเวลา ทีมเจรจา พยายามทำตามความต้องการของชายผู้นี้ พยายามไม่ให้เกิดเหตุสูญเสีย เป็นไปตามหลักการเจรจาต่อรองในภาวะวิกฤต ที่ต้องไม่เกิดการสูญเสียและต้องเชื่อว่าการเจรจาจสำเร็จ แม้ต้องใช้เวลานานแค่ไหนก็ตาม วันนี้เราก็คิดว่าเขาอาจอยู่จนค่ำแต่โชคดีที่เขายอมลงมาก่อน


"อยากฝากสื่อมวลชนในกรณีภาวะวิกฤต เช่นนี้ หากมีการเจรจาต่อรองเกิดขึ้น การนำเสนอข่าวควรระมัดระวัง ไม่ควรออกอากาศสด หรือนำเสนอข่าวตั้งแต่แรก เพราะอาจไปสร้างแรงกดดันทำให้ผู้ที่กระทำเกิดความเครียด เพราะส่วนใหญ่ผู้กระทำไม่อยากให้เปิดเผยมากนัก กลัวญาติ กลัวคนรู้จักรู้และต่อว่า สื่อจะต้องระวังกับการเสนอข่าวด้วย ขอฝากไว้"พ.ต.อ.ดนัยกล่าวและว่า กรณีนี้ชายผู้นี้ไม่มั่นใจ ไม่เชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่ จึงพยายามติดต่อทุกวิถีทางตามข้อเรียกร้อง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น กระทั่งติดต่อญาติได้ อย่างไรก็ตามทีมเจรจาต้องประเมินสถานการณ์บวก-ลบ ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสีย กระบวนการทุกอย่างใช้หลักวิชาการ และเมื่อเกิดเหตุลักษณะเช่นนี้ ใช่ว่าใครจะเป็นคนเจรจาก็ได้ ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ผ่านการฝึกอบรมมา อย่างกรณีนี้ที่มีหมวดผึ้ง ที่ครั้งนี้เป็นฮีโร่ เป็นคนไปพูดคุย เพราะเป็นคนที่ชายผู้นี้ไว้ใจยอมพูดด้วยมากที่สุด ระหว่างการพูดคุย ตนและทีมเจรจาต้องคอยให้ข้อมูล ให้บทพูดเพื่อให้การเจรจาสำเร็จด้วยดี" พ.ต.อ.ดนัย กล่าว


"วันนี้มีความสุขมาก ที่ได้ช่วยเหลือ คนที่เป็นทุกข์ ให้รอดพ้น ขอบคุณทุกคนในทีมเจรจาที่ช่วยกันเสียสละ ซึ่งระหว่างการเจราจา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สอบถามตลอดด้วยความห่วงใยและแจ้งว่าหากชายคนนี้ต้องการอะไรให้รับดำเนินการช่วยเหลือเพื่อให้ชายผู้นี้ปลอดภัย" หัวหน้าชุดเจรจา กล่าว

192.168.52.216