Search

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ระบาดหนัก ถึงแม้ตำรวจมีการจับกุมอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ยังมีคนตกเหยื่อแล้วจำนวนมาก ซึ่งวิธีการรูปแบบของคนร้ายมีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย โดยจะเล่นกับเหยื่อด้วยความกลัว เงื่อนไขเวลา และความน่าเชื่อถือของคนร้ายที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยระบุว่าเหยื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆทั้งยาเสพติด ฟอกเงิน และขอตรวจสอบเงินในบัญชี ก่อนจะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปให้อย่างง่ายดาย ไปติดตามจากรายงานนี้

เสียงสนทนาระหว่างชายไทยคนหนึ่ง ในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กับผู้เสียหายคนหนึ่ง ที่กำลังหว่านล้อมให้เหยื่อโอนเงินในบัญชีของเธอทั้งหมด โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ขอตรวจสอบเงินในบัญชีของเธอที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 5

กลวิธีที่คนร้ายใช้พูดชักจูงใจให้เหยื่อหลงเชื่อ มีหลากหลายวิธี โดยจะโทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อแอบอ้างตัวเป็นพนักงานไปรษณีย์ เจ้าหน้าของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ตำรวจ ว่า เหยื่อมีประวัติเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรม และต้องถูกดำเนินคดี ก่อนล่อลวงให้เหยื่อโอนเงินให้

หนึ่งในผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวไต้หวันและชาวไทยคนนี้ ที่โดนคนร้ายโทรศัพท์มาหลอกล่อให้เธอโอนเงินจำนวน 1.6 ล้านบาทให้ โดยอ้างว่าเธอเข้าไปเกี่ยวข้องในคดียาเสพติดและฟอกเงิน

แพทย์จากกรมสุขภาพจิต ระบุว่า คนร้ายจะล่อลวงเหยื่อด้วยความกลัว ความตื่นตระหนก สร้างความน่าเชื่อถือของตัวเอง และใช้ช่วงเวลามาบีบบังคับ โดยจะมีการศึกษาข้อมูลของเหยื่อมาอย่างดี มีการเตรียมการล่วงหน้าก่อนลงมือ

ดังนั้นหากมีใครโทรศัพท์มาหลอกลวงในลักษณะนี้ให้ระมัดระวังตัว เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพกลุ่มนี้

192.168.52.216