Search

วันจันทร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ในช่วงแรกสื่อคาดการณ์ว่าแอปเปิลจะเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่โดยใช้ชื่อ ไอโฟน เอดิชั่น หรือ ไอโฟน โปร แต่ก็มาลงตัวที่ชื่อ ไอโฟน เอ็กซ์ เนื่องจากเอ็กซ์ (X) เป็นตัวเลขโรมันที่มีความหมายว่า 10 ซึ่งสอดคล้องกับการครบรอบ 10 ปีของไอโฟน ขณะเดียวกัน แอปเปิลเปิดตัวไอโฟน 8 และไอโฟน 8 พลัส โดยจะไม่มีการออกรุ่นไอโฟน 7 เอส และไอโฟน 7 เอสพลัส ตามที่มีการคาดการณ์ก่อนหน้า

หลังจากได้ติดตามการเปิดตัว iPhone 8 และ iPhone X เมื่อเปรียบเทียบแล้ว ความต่างของ iPhone 8 เมื่อเทียบกับ iPhone 7 คือการใช้กระจกทั้งด้านหน้าและหลังเครื่อง บนเสียงวิจารณ์ว่ามีรูปลักษณ์สไตล์เดิม ส่วนตัวผมมองว่าไม่ค่อยมีอะไรจะให้ว้าว โดยเฉพาะลูกเล่นเกี่ยวกับการแต่งภาพจริงๆ มันมี App ที่สามารถทำได้ และอาจทำได้ดีกว่านี้เยอะแยะไม่จำเป็นต้องทำมากับเครื่องก็ได้ ในส่วนของค่ารูรับแสงเป็น F 1.8 ในขณะที่คู่แข่งอย่างแอนดรอยด์เรือธงก็เป็น F 1.6 เช่น LG v30 หรือ F 1.7 จาก Samsung Galaxy S 8 และ Note 8

สำหรับ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus คือหน้าจอมาตรฐาน 4.7 นิ้วและจอใหญ่ 5.5 นิ้ว หันมาใช้ชิปใหม่ A11 Bionic ใช้หน้าจอใหม่ที่คมชัดกว่าและแข็งแรงกว่าเดิม กล้องที่ดีกว่า สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดเหนือไอโฟนรุ่นใด การถ่ายวิดีโอ 4K สามารถทำได้ในสัดส่วนเฟรมเรตที่เร็วกว่า ถ่ายวิดีโอสโลวโมชันได้ 240 เฟรมต่อวินาที ที่ความละเอียด 1080p ขณะที่ชิปใหม่ A11 Bionic ถูกการันตีว่าเป็นชิปที่ฉลาดที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน ทำงานได้เร็วกว่า 25% เมื่อเทียบกับ A10 Fusion ใน iPhone 7
Apple ดูเหมือนจะปลื้มกับความสามารถใหม่ ของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus คือการชาร์จไร้สาย ไอโฟนใหม่ แค่วางบนจุดชาร์จได้โดยไม่ต้องใช้สายเสียบอีกต่อไป ส่วนแบตเตอรี่ อยู่ได้นานกว่า iPhone7 ถึง 2 ชั่วโมง แม้คุณสมบัตินี้จะมีในสมาร์ทโฟนหลายรุ่นหลายยี่ห้อในท้องตลาด แต่ iPhone 8 คือไอโฟนรุ่นแรกที่มีคุณสมบัตินี้ โดยใช้มาตรฐานที่แพร่หลายที่สุดคือ "ชิ" (Qi)



ในฐานะที่ใช้ iPhone 7 Plus อยู่ ดูแล้วยังไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่เพราะรูปร่างและชัดเจนมันไม่ได้ต่างจาก iPhone 7 เท่าไหร่ เดินถือเผลอๆคนยังคิดว่า iPhone 7 ด้วยซ้ำ ถ้าไม่สังเกตเลนส์กล้องคู่หลังซึ่งเป็นแนวตั้ง ไม่แน่ Case ของ iPhone 7 จะใส่ร่วมกับ iPhone 8 ได้ด้วย นอกจากเรื่องสีที่เพิ่มเข้ามาใหม่กับด้านหลังใช้เป็นกระจกเพื่อให้รองรับกับไวเลสชาร์จ


ส่วน iPhone X เน้นโฟกัสไปที่เรื่องหน้าจอเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งผมมองว่าจอ Super Amoled มันก็ไม่ได้ต่างจากค่ายอื่นเท่าไหร่ จุดที่น่าสนใจ ผมมองว่า คืออัลกอริทึมที่ทำให้ iPhone สามารถจดจำใบหน้าของผู้ใช้ เนื่องจากมีเซนเซอร์ 3D ทางด้านหน้าของโทรศัพท์ จะใช้เป็นทั้งข้อมูลบ่งบอกเอกลักษณ์บุคคลของผู้ใช้งานไอโฟน เพื่อปลดล็อกเครื่อง ซื้อสินค้าในไอสโตร์ เพียงผู้ใช้งานจ้องไปที่หน้าจอ กล้องหน้า TrueDepth Camera ที่รวมเอาเซ็นเซอร์ตรวจจับใบหน้าจะวิเคราะห์ รายละเอียด

iPhone X ตอนแรกนึกว่ากระจกตัดชิดขอบ ถ้ามองดีๆ จะเห็นขอบทั้ง 4 ด้านค่อนข้างหนาเหมือนกัน และที่ขัดใจมากๆ คือติ่งย้อยด้านบนไม่ว่าจะเป็นดูหนังหรืออะไรก็ตามมันขัดใจจริงๆ คือมันเป็นเหมือนกับจุดตำหนิสีดำที่ทำให้สายตาเราต้องไปเพ่งเห็นมันอยู่ตลอด



ในส่วนลูกเล่นอิโมจิที่ส่งได้เฉพาะใน Message ผมดูแล้วมันก็เป็นลูกเล่นที่ดีอย่างหนึ่งแต่มันก็เล่นได้เฉพาะ i Message ของไอโฟนไม่สามารถที่จะมาใช้ใน Line ได้

รอบนี้ Apple คงจะเหนื่อยหน่อยทำยอดขาย iPhone 8 แต่ดูแล้วคนจะแห่ไปซื้อ iPhone X กันเสียมากกว่า พูดง่ายๆ ว่าทำ iPhone 8 มาให้เป็นตัวเปรียบเทียบเพื่อให้ขยับไปซื้อ iPhone X นั่นเอง

เฉพาะ iPhone X จะเปิดจำหน่ายครั้งแรกวันที่ 3 พ.ย. สนนราคาในสหรัฐเครื่องละ 999 $ หรือราว 34,000 บาท





ส่วน iPhone 8 และ iPhone 8 Plus จะวางจำหน่ายตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.ย.นี้ สนนราคาเครื่องละ 699 และ 799 $ หรือราว 25,000 และ 27,000 บาทตามลำดับ สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีกำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ต้องรอการประกาศจากทางแอปเปิลอีกครั้ง

ต๊อบ-วุฒินันท์ นาฮิม Mobile Journalists NationTV ผู้สื่อข่าว/ผู้ประกาศข่าวเศรษฐกิจ สายเทคโนโลยี วิถีฮาลาล เติบโตจากรั้วอาชีวะสายโทรคมนาคม-อิเล็กทรอนิกส์ นำเรื่องเทคนิคมารีวิวให้ไฮเทค ชอบเช็คสเป็คอุปกรณ์เสริม ที่เพิ่มเติมคือชีวิตวิถีฮาลาล เกาะติดวงการไอทีแบบพอดี

บทความล่าสุด

192.168.52.213