Search

วันศุกร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ปัญหาอย่างหนึ่งเวลาไปเจอลูกหนี้ในรายการ ทีเด็ดลูกหนี้ แล้วเราต้องให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับเขา ก็คือ มีหลายคนที่ เล่าไม่หมด และในจำนวนนี้ส่วนใหญ่จะไม่ใช่หนี้ของตัวเอง เป็นการรับภาระใช้หนี้แทนลูกบ้าง แทนสามีหรือภรรยาบ้าง หรือแทนคนอื่นไปเลยก็มี

แล้วพอถามว่า หนี้มาจากไหน กู้เอาไปทำอะไร ก็ตอบแบบเบลอๆ ว่า ก็เอาไปใช้นั่นแหละ บางทีหนักกว่านั้น คือ ตอบว่า ไม่รู้ ซะเฉยๆ

ปัญหาทุกปัญหา ถ้าไม่รู้ที่มา มันก็แก้ไขยาก หมอจะรักษาคนไข้ก็ต้องรู้อาการที่แท้จริงว่า สุขภาพกายคนไข้เป็นอย่างไร เจ็บป่วยตรงไหน ก่อนหน้านี้มีพฤติกรรมเสี่ยงอะไรหรือไม่ ซักถามจนมีข้อมูลเบื้องต้นแล้วก็ยังไม่พอ บางรายต้องอาศัยผลตรวจทางแล็ป ก่อนจะวินิจฉัยโรค แล้วถึงจะลงมือรักษาให้ถูกทาง

สุขภาพการเงินก็คล้ายๆ กัน แต่อาจจะมีข้อแตกต่างอยู่บ้างตรง ข้อจำกัด ของลูกหนี้ ซึ่งบางทีเรื่องบางเรื่องมันก็เล่าให้คนอื่นฟังไม่ได้จริงๆ พอเป็นกรณีแบบนี้ คำแนะนำส่วนใหญ่จึงเป็นคำแนะนำพื้นฐานทั่วๆ ไป เอาแค่ "จ่ายยาสามัญ" พอช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้บ้าง แต่คงไม่ถึงกับทำให้หายขาดได้ถ้า "พาราเซตามอล" เป็นยาสามัญประจำบ้านสำหรับสุขภาพกาย "วินัยทางการเงิน" ก็คงเป็นยาสามัญประจำบ้านสำหรับสุขภาพทางการเงิน ซึ่งเรื่องนี้เข้าขั้นน่าเป็นห่วง เพราะงานวิจัยเกี่ยวกับการก่อภาระหนี้ล่าสุด พบว่า วินัยทางการเงินของคนไทยนั้นมีคุณภาพด้อยลงอย่างชัดเจน

บทความล่าสุดที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย สะท้อนให้เห็นการจับจ่ายใช้สอยผ่านบัตรเครดิตในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งพบว่า ยอดหนี้บัตรเครดิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 1.64 แสนล้านบาทในปี 2555 เป็น 2.24 แสนล้านบาทในปี 2559 คิดเป็นเพิ่มขึ้น 38%

ขณะที่ยอดหนี้บัตรเครดิตด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นจาก 3 พันล้านบาทเป็น 8 พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 167% โดยงานวิจัยเกี่ยวกับการก่อภาระหนี้บ่งบอกว่า คนวัยทำงานที่มีอายุ 29 ปี เป็นกลุ่มที่มีการค้างชำระหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลเป็นจำนวนมากที่สุด

ซึ่งเป็นผลมาจากคนกลุ่มนี้ขาดวินัยทางการเงิน และไม่กลัวการเป็นหนี้ เพราะคิดว่า ตัวเองยังมีเวลาในการหารายได้มาชำระหนี้ได้อีกนาน

พอเริ่มต้นคิดแบบนี้ กระบวนการใช้เงินก็ขาดความระมัดระวังในทันที เริ่มจากการจับจ่ายใช้สอยโดยไม่คำนึงถึงความไม่แน่นอนของรายได้ในอนาคต ไม่ประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของตัวเอง สุดท้ายก็กลายเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว

ทั้งๆ ที่ช่วง 10 ปีแรกของการทำงาน ควรจะเป็นช่วงเวลาของเก็บเกี่ยวรายได้ เก็บออมเงิน เพราะเป็นช่วงเวลาที่เรายังมีแรงทำงานอย่างเต็มที่ ก่อนที่พลังในการทำงานของเราจะค่อยๆ ถดถอยลง

"สุขภาพทางการเงิน" ก็เหมือนสุขภาพกาย นั่นคือ ก่อนที่ร่างกายจะมีปัญหาเจ็บป่วย มันจะมีอาการเตือนก่อนเสมอ หลายครั้งที่มันเตือนแล้ว แต่เรากลับเพิกเฉย ไม่ใส่ใจ คิดแต่ว่า ไม่เป็นอะไร พอเจอปัญหาอีกที ก็อาจจะลุกลามใหญ่โตจนอาจจะแก้ไขไม่ได้

ดังนั้น ใครที่ไม่อยากล่มสลายทางการเงิน ลองเช็คจาก 8 สัญญาณอันตรายเอาไว้สำหรับเตือนภัยตัวเองดูนะคะ

สัญญาณที่บ่งชี้ว่า การเงินของเราเริ่มจะมีปัญหา นั่นคือ

1.เราไม่รู้ว่า มีเงินเข้าหรือมีรายได้เท่าไหร่

2.เราไม่รู้ว่า เรามีภาระค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ถือเป็นเรื่อง "พื้นฐาน" เพราะถ้าไม่รู้ว่า เงินเข้าเท่าไหร่ เงินออกเท่าไหร่ เราจะไม่สามารถวางแผนทางการเงินได้เลย พอวางแผนไม่ได้ ใช้เงินไปเรื่อยๆ สัญญาณที่

3. เราเริ่มถอนเงินออมออกมาใช้จ่าย

ตั้งแต่สัญญาณที่ 1 ถึง 3 แม้จะบ่งบอกว่า สุขภาพทางการเงินของเราเริ่มปัญหาแล้ว แต่ก็ยังไม่อันตรายเท่าสัญญาณที่ 4 ถึง 8 ค่ะ

4. เรามียอดหนี้สูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะเงินเข้ากับเงินออกไม่สัมพันธ์กัน เมื่อเงินเข้าน้อยกว่าเงินออก เงินออมก็ไม่เหลือแล้ว สุดท้ายก็ต้องก่อหนี้เพิ่ม แต่จุดสำคัญจริงๆ จะเกิดขึ้นในสัญญาณที่ห้า

5.เราจะเริ่มจ่ายหนี้ได้ไม่เต็มจำนวน เริ่มจ่ายขั้นต่ำบ้าง จ่ายแต่ดอก ไม่จ่ายต้นบ้าง ทีนี้พอจ่ายขั้นต่ำ จนน็อครอบแล้ว หมุนไม่ออกแล้ว สัญญาณอันตรายที่หก

6. เราจะเริ่มกดเงินสดจากบัตรเครดิต (ที่ปกติควรจะใช้สำหรับชำระค่าสินค้าและบริการ) หรือพึ่งพาเงินกู้ส่วนบุคคล

7.เราเริ่มแก้ปัญหาโดยการกู้หนี้ใหม่เพื่อใช้หนี้เก่า

และสุดท้าย 8.เราจะหันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงมาก ทำให้การแก้ปัญหาทางการเงินยากมากขึ้น ตรงนี้อันตรายที่สุดแล้ว!

ลองตรวจสอบสุขภาพทางการเงินของตัวเองดูนะคะว่า ขณะนี้เราอยู่ใน "สัญญาณเตือนภัย" ที่เท่าไหร่ แล้วรีบหาทางแก้ไข จะแก้ปัญหาหนี้ให้มีประสิทธิภาพต้องโฟกัสไปที่ฝั่งรายจ่ายให้มากๆ ค่ะ

เพราะถ้าเราคิดจะมุ่งไปทางฝั่งรายได้ ก็ต้องพึงระลึกว่า ต่อให้เราทำงานหนักขึ้น เพื่อหารายได้ให้มากขึ้นแค่ไหน มันก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย ถ้าเรายังไม่แก้ไขนิสัยใช้จ่ายเกินตัว ไม่รู้จักเก็บออม ไม่วางแผนทางการเงิน และไม่สร้างวินัยทางการเงินให้กับตัวเอง

แก้ม-ขวัญชนก วุฒิกุล มีประสบการณ์ครบเครื่องเรื่องข่าวเศรษฐกิจและการบริหารเงิน ในฐานะผู้ดำเนินรายการเงินทองต้องรู้ ทางวิทยุ FM 90.5 เมกะเฮิร์ต ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.30-11.00 น. คู่กับ "วีระ ธีรภัทร" มายาวนานเกือบ 20 ปี และเป็นวิทยากรประจำรายการ “ทีเด็ดลูกหนี้” ทางช่อง 3 อดีตบรรณาธิการโต๊ะข่าวเศรษฐกิจ นสพ.คมชัดลึก

บทความล่าสุด

192.168.52.216