Search

วันอาทิตย์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2561
live
ปรับขนาดตัวอักษร

ปลัดกระทรวงการคลัง สมชัย สัจจพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า คนไทยถือบัตรเดบิตมากถึง 55 ล้านใบ แต่ยอดการใช้บัตรรูดจ่ายค่าสินค้าไม่สัมพันธ์กับยอดถือบัตร เลยออกโปรโมชัน "รูดบัตรเดบิตลุ้นล้าน" เหตุผลที่คนถือเยอะแต่ใช้น้อย เพราะว่าบัตรATM กำลังค่อยๆหายไปอย่างเงียบๆ



ลองสำรวจผ่านหน้าเว็บไซต์ของแต่ละธนาคาร และสาวแบงค์บางเจ้า ตอนนี้เหลือแค่เจ้าสีม่วงๆ ที่ยังคงมีบัตรATM ให้ลูกค้าเลือกใช้

เจ้าอื่นถ้าใครบัตรหมดอายุ หรือบัตรหายจะทำใหม่ก็ต้องเลือกบัตรเดบิตโดยจำยอม

มีท่านหนึ่งได้รับข้อความจากธนาคารว่า "บัตรATMลงท้ายหมายเลข xxxx กำลังจะหมดอายุ ธนาคารจะส่งบัตรใหม่ให้ภายในสองสัปดาห์ ตามที่อยู่ที่ท่านแจ้งไว้"

พอเปิดซองออกมา อ้าว! นี่มันบัตรเดบิต ไม่ใช่บัตรเอทีเอ็ม ติดต่อธนาคารไปบอกว่าตอนนี้ธนาคารได้ยกเลิกบริการบัตรATM แล้ว งงเด้! งงเด้!

คุณป้าอีกท่านโทรมาปรับทุกข์ว่าลืมบัตรเอทีเอ็มไว้ในตู้หน้าธนาคาร พนักงานบอกว่าเปิดตู้เอาออกให้ไม่ได้ ต้องทำบัตรใหม่เท่านั้น

แต่ไม่มีบัตรเอทีเอ็มแบบเดิมแล้ว ต้องเป็นบัตรเดบิตจ่ายค่าทำบัตรใหม่ 200 บาท อ้าว! ของเดิมทำฟรี รอจ่ายแต่ค่าบริการรายปีเท่านั้น

หรืออีกกรณีที่ต้องเปลี่ยนมาใช้บัตรเดบิตเพราะโดนหว่านล้อมจากพนักงานธนาคารให้ใช้บัตรเดบิตชนิดพ่วงสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ชดเชยรายได้ กด จ่าย โอน ถอนฟรีทุกที่ ฟรีทุกตู้ อะไรพวกนี้

ถ้าสิทธิพิเศษเหล่านี้ได้ใช้จริงก็คงคุ้มค่ากับค่าบริการที่จ่ายมากกว่า โดยเฉพาะบัตรประเภทฟรีทุกอย่าง เพราะเคยมีคนที่ใช้บัตรเดบิตชนิดนี้แต่กลับมีการคิดค่าทำเนียมโอนเพิ่ม ทั้งที่จำนวนครั้งยังไม่เกินเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด

ไม่รู้คนใช้ทำอีท่าไหนให้เขาคิดเงิน หรือเจ้าหน้าที่ธนาคารบอกอะไรไม่หมดเหรือเปล่า?

ใช่ว่าลูกค้าธนาคารจะรู้สึกหมดทางเลือกเพียงฝ่ายเดียว พนักงานแบงค์ก็อึดอัดไม่ใช่น้อยเพราะต้องทำตามนโยบายบริษัทที่มีผลกำไรของต้นสังกัดเป็นตัวตั้ง เมื่อลูกค้าถามหาบัตรเอทีเอ็มแต่ไม่มีให้ ก็โดนต่อว่า แถมยังต้องทำยอดขายประกันเพิ่มอีก สาวแบงค์ท่านหนึ่งบอกไว้ว่า

"เป็นพนักงานก็ต้องทำตามหน้าที่ สงสารลูกค้าก็สงสาร รู้ว่าลูกค้ารำคาญ แต่ก็ต้องขายเพราะคือหน้าที่"

ดูเผินๆ ก็เหมือนลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น แต่เป็นตัวเลือกที่ไม่ตรงตามความต้องการ ธนาคารก็ทำไปแบบเงียบๆ ค่อยๆ ปลดบัตรเอทีเอ็มออกจากมือลูกค้า แล้วปล่อยบัตรชนิดอื่นที่เพิ่มรายได้ให้กับธนาคารมากกว่าออกมา

ลูกค้าก็แย่ พนักงานก็อึดอัดเพราะโดนลูกค้าด่าจนหน้าชา แถมยังต้องทำตามนโยบายอย่างเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน

คำถามที่เกิดขึ้นคือ "แล้วฉันเลือกอะไรได้ไหม" ในเมื่อความต้องการของฉันมีแค่กดเงินสดออกจากบัญชี

ไม่มีความจำเป็นต้องใช้บัตรสำหรับรูดซื้อของ และต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแพงกว่า ความปลอดภัยน้อยกว่า

บัตรเอทีเอ็มหายแล้วก็อาญัติ ใครไม่รู้รหัสก็เอาเงินเราออกมาไม่ได้ แต่บัตรเดบิตเกิดพลาดทำหล่นเจอคนไม่ดีหยิบไป เอาไปรูดซื้อของสบายใจเฉิบ

รู้อีกทีเงินหมดบัญชีไปแล้ว แม้หลังบัตรจะมีลายเซ็น แต่เคยเห็นแคชเชียร์คนไหนตรวจลายเซ็นหลังบัตรกับบนสลิปต์ไหม???

ขอเถอะ ขอเถอะนะ ขอบัตรATM เป็นหนึ่งในตัวเลือกของเราเถอะนะ ถึงแม้ประเทศไทยจะไปไกลถึง 4.0

แต่ขอสักเรื่องที่เป็น 3.9 ในฐานะผู้บริโภค ที่ต้องการใช้แค่บัตรสำหรับกดเงินสดจากตู้ATM อย่างเดียว

ถ้าต้องการบัตรแบบพิเศษกว่ารูดซื้อของได้ เราจะเป็นผู้เลือกเอง


นิติรัฐ บัวจันทร์Facebook : Nitirath Buachan Palm นิติรัฐ บัวจันทร์-ปาล์ม

บทความล่าสุด

192.168.52.214