การดีเบตระหว่างอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับรองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส ของสหรัฐฯ จัดขึ้นที่ศูนย์รัฐธรรมนูญแห่งชาติในเมืองฟิลาเดลเฟีย โดยสถานีโทรทัศน์ เอบีซี นิวส์ เมื่อคืนวันอังคาร (10 กันยายน) ตามเวลาสหรัฐฯ หรือเช้าวันนี้ตามเวลาไทย โดยมีกำหนดเวลา 90 นาที และไม่มีผู้ชมในสถานที่จัดงาน ทั้งคู่ตอบคำถามและโต้เถียงกันในประเด็นสำคัญ ทั้งเรื่อง เศรษฐกิจ การทำแท้ง ผู้อพยพ นอกจากนี้ยังมีประเด็นนโยบายต่างประเทศ และประเด็นเชื้อชาติของแฮร์ริส และหลายครั้งแฮร์ริส ซึ่งเป็นอดีตอัยการเป็นฝ่ายรุกและต้อนให้ทรัมป์จนมุมได้
แฮร์ริส กล่าวโจมตีว่าทรัมป์ทำให้สหรัฐฯ มีอัตราว่างงานเลวร้ายที่สุด นับจากยุคเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ การระบาดของโรคโควิด-19 ที่เป็นวิกฤตสาธารณสุขครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบร้อยปี รวมถึงการทำลายประชาธิปไตยครั้งเลวร้ายที่สุดนับจากยุคสงครมมกลางเมือง ทำให้รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ต้องเข้ามาแก้ไขความยุ่งเหยิงที่ทรัมป์ทิ้งไว้ให้
แต่ทรัมป์โจมตีไบเดนเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่เขาบอกว่า อาจเป็นครั้งเลวร้ายที่สุดของประเทศ รวมทั้งกล่าวโทษว่า ทั้งไบเดนและแฮร์ริสปล่อยให้ผู้อพยพหลายล้านคนทะลักเข้าประเทศ และเขายังคงอ้างเรื่องผิด ๆ เกี่ยวกับตัวเลขผู้อพยพเข้าเมือง และผู้อพยพขโมยสัตว์เลี้ยงไปกิน
ส่วนประเด็นที่มีการโต้เถียงมากที่สุด คือ เรื่องสิทธิการทำแท้ง โดยแฮร์ริสยกตัวอย่างผลกระทบที่ผู้หญิงได้รับจากการที่หลายรัฐทยอยออกกฎหมายห้ามการทำแท้ง หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ ยกเลิกคำตัดสินที่เคยให้การคุ้มครองสิทธิการทำแท้งตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ในปี 2565 ที่เป็นผลมาจากการแต่งตั้งผู้พิพากษา 3 คน ในสมัยของทรัมป์ ขณะที่ทรัมป์โต้แย้งว่า เขาไม่มีแผนลงนามประกาศใช้กฎหมายห้ามทำแท้งในระดับประเทศ และยังคงสนับสนุนให้เรื่องนี้เป็นนโยบายของแต่ละรัฐ