อย่างไรก็ตาม แม้จะก้าวขึ้นมาเป็น “นักมวยเงินล้าน” ในปัจจุบัน แต่ รถถัง กลับไม่ลืมที่คืนกำไรสู่สังคม ด้วยการนำเงินรายได้ส่วนหนึ่งไปทำบุญในโอกาสต่าง ๆ ทั้งการช่วยเหลือผู้ที่กำลังลำบาก โดยนำของส่วนตัวไปร่วมประมูลเพื่อการกุศล รวมถึงการบริจาคเงินและอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนเก่าที่ จ.พัทลุง เพื่อส่งต่อความฝันให้กับรุ่นน้อง
ที่สำคัญ รถถัง ไม่เคยลืมผู้มีพระคุณที่อยู่เบื้องหลัง โดยหลังจบการชกในไฟต์ล่าสุดก็กลับไปยังบ้านเกิด เพื่อซื้อทองเป็นของขวัญให้กับพ่อและแม่ ซึ่งเปรียบเสมือนลมใต้ปีกที่ช่วยเป็นพลังแรงใจ ให้เขาประสบความสำเร็จอย่างเช่นทุกวันนี้
ล่าสุด ราชันมวยไทย รุ่นฟลายเวต ตัดสินใจมอบรางวัลชิ้นใหญ่ให้กับชีวิต ด้วยการซื้อบ้านหลังแรกในย่านบางกรวย จ.นนทบุรี มูลค่ากว่า 4.8 ล้านบาท ไม่รวมงบตกแต่งเพิ่มเติมอีกราว 1 ล้านบาท โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้
แม้จะได้เงินก้อนโตมาในระยะเวลาไม่นาน แต่ รถถัง ก็รู้วิธีที่จะจัดการเงินก้อนนั้นอย่างมีแบบแผนเพื่ออนาคตของครอบครัวและตนเอง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีในการวางแผนชีวิตของนักมวยที่อายุงานบนเส้นทางอาชีพนั้นมีค่อนข้างจำกัด
แต่สำหรับเส้นทางนักสู้ของ รถถัง ดูเหมือนจะยังอีกยาวไกล โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจสำคัญที่รออยู่ในศึก ONE มวยไทย เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นฟลายเวตการ โดยจะพบกับ “ซาวาส ไมเคิล” กำปั้นจอมบู๊ชาวไซปรัสในรอบรองชนะเลิศ เพื่อลุ้นคว้าตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศและการคว้าเข็มขัดสีเงินอันทรงเกียรติมาครอง