มาถึงวันนี้ ทั้งสองทีมโคจรมาอยู่ร่วมกันอีกครั้งในกลุ่ม อี. และนี่จะเป็นเวลาที่ตัดสินว่า "บาร์ซ่า" จะล้างแค้นได้สำเร็จ หรือจะถูก "เสือใต้" ขย้ำย้ำแค้นไปอีกครั้ง
อีกคู่ที่น่าจับตาก็คือ "เรือดำน้ำสีเหลือง" บียาร์เรอัล กับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นคู่ชิงยูโรป้า ลีก ฤดูกาลที่แล้ว โดยครั้งนั้นเสมอกันในเวลา 1-1 ก่อนที่ บียาร์เรอัล จะเฉือนชนะด้วยการดวลจุดโทษสุดดราม่า 11-10 ทำเอาชาวผีแดงต้องมือเปล่ากลับบ้าน
มาครั้งนี้ ทั้งคู่จะได้เจอกันอีกครั้งเมื่ออยู่ร่วมกลุ่มเอฟ เช่นเดียวกับ อตาลันต้า จากอิตาลี และ ยัง บอยส์ จากสวิตเซอร์แลนด์
กรุ๊ป ออฟ เดธ
เกจิทุกสำนักต่างยกให้กลุ่มบี. เป็นกลุ่มที่โหดหินที่สุด 4 ทีมของกลุ่มนี้เคยคว้าแชมป์ยุโรปรวมกันถึง 15 สมัย ประกอบไปด้วย แอตเลติโก้ มาดริด รองแชมป์ 3 สมัย, ลิเวอร์พูล แชมป์ 6 สมัย, ปอร์โต้ แชมป์ 2 สมัย และ เอซี มิลาน แชมป์ 7 สมัย เรียกได้ว่าทุกทีมมีโอกาสเข้ารอบใกล้เคียงกันหมด
ส่วนกลุ่มที่ค่อนข้างสูสีก็คือกลุ่มจี ที่ประกอบไปด้วย ลีลล์, เซบีย่า, ซัลซ์บวร์ก และ โวล์ฟสบวร์ก โอกาสพลิกได้ทุกหน้า คาดเดายากว่าทีมใดจะผ่านเข้ารอบต่อไป
เศรษฐีดวลเศรษฐี เมสซี่ ปะทะ โรนัลโด้?
วงการฟุตบอลยุโรปทุกวันนี้ ต้องยอมรับว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง คือสองทีมที่มีกำลังซื้อสูงที่สุด จากการที่มีเจ้าของทีมเป็นมหาเศรษฐีจากตะวันออกกลางด้วยกันทั้งคู่
และมาในครั้งนี้ ทั้งสองทีมจะได้โอกาสโคจรมาพบกันในกลุ่มเอ เรียกว่าแค่ได้ชมซูเปอร์สตาร์ค่าตัวรวมกันนับพันล้านปอนด์มาดวลเพลงแข้งกันก็ถือว่าคุ้มเกินคุ้มแล้ว