นายสัตวแพทย์วัชรินทร์ เอกประเสริฐ อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) กล่าวถึงความเคลื่อนไหวโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน งบประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท ว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2565 ที่ผ่านมา องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.โรงงานผลิตภัณฑ์นมมวกเหล็ก) ถูกลงโทษตัดสิทธิเข้าร่วมโครงการฯทั้งหมด หลังตรวจพบการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคชนิดแบซิลลัส มากกว่า 100 ในน้ำนม 1 มิลลิลิตร ซึ่งไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 416) พ.ศ.2563
ในพื้นที่กลุ่มที่ 1 ปศุสัตว์จังหวัดสระบุรี ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการอาหารเสริมเพื่อเด็กและเยาวชน ให้ผู้ประกอบการที่ยื่นโควตาไว้เกิน ให้นำเฉพาะส่วนนั้นนำมาพิจารณาจัดสรร โดยการหารเฉลี่ยส่งแทน อ.ส.ค.มวกเหล็ก ซึ่งไม่เห็นด้วยเพราะวิธีการนี้เอื้อรายใหญ่ไม่เป็นธรรม
นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะฝ่ายเลขาคณะอนุกรรมการบริหารนมทั้งระบบเผยถึง ผลการประชุมชี้แจงเรื่องหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และขั้นตอนการจัดทำบันทึกข้อตกลงเอ็มโอยูการซื้อขายน้ำนมโค ปี 2565/66 (21 ก.ย.65) ว่า ตามประกาศของมิลค์บอร์ด เรื่องหลักเกณฑ์เงื่อนไขและขั้นตอนการจัดทำบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) การซื้อขายน้ำนมโค ปี 2565/66 ฉบับลงวันที่ 12 ก.ย.2565 โดยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ลงนามในฐานะประธานกรรมการ มิลค์บอร์ดได้มีประกาศ
ทั้งนี้ในข้อ 2 ของประกาศ กำหนดวัตถุประสงค์ในการจัดทำบันทึกข้อตกลงเอ็มโอยู โดยข้อ 2.1 เพื่อจะเป็นหลักฐานและหลักประกันการซื้อขายน้ำนมโคระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย และ 2.2 เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมนมทั้งระบบ ได้แก่ เกษตรกรโคนม ผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้บริโภค
ส่วน ข้อ 2.3 เพื่อบริหารจัดการพัฒนาอุตสาหกรรม และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำนมโคในประเทศให้มีเสถียรภาพ มีน้ำนมโคที่มีคุณภาพและสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ และในข้อ 3.6 จึงได้มีการจัดประชุมเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาซื้อขายการลงนามในบันทึกข้อตกลง แล้วสรุปผลการจัดทำบันทึกเอ็มโอยู (ระยะเวลา รอบ 1 ปี ตั้งแต่ 1 ต.ค.65 ถึง 30 ก.ย.66)