กระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาทกับการเล่นกีฬา
ปกติแล้วการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง รู้สึกกระปรี้กระเปร่า คลายความเมื่อยล้า และช่วยให้อาการปวดหลังดีขึ้นได้ แต่สำหรับผู้ที่เป็นกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท อาจแตกต่างออกไป ควรต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เพราะกีฬาหลายประเภทสามารถส่งผลเสียต่ออาการได้ โดยเฉพาะกีฬาที่ต้องมีการเอี้ยวตัว-บิดตัวกะทันหัน หรือกีฬาที่มีการปะทะ มีการกระแทก และมีแรงกดต่อกล้ามเนื้อ เช่น
- ฟุตบอล เป็นกีฬาที่ต้องใช้พละกำลังกล้ามเนื้อตลอดเวลา มีการกระแทกบ่อย จนทำให้กระดูกสันหลังตึงตัว อาจส่งผลให้กระดูกสันหลังเคลื่อน และมีอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้
- กอล์ฟ การตีกอล์ฟมีจังหวะที่ต้องสวิง บิดตัว และเอี้ยวตัวกะทันหัน ซึ่งสามารถส่งผลทำให้กระดูกสันหลังเคลื่อน หรือทำให้หมอนรองกระดูกอักเสบ จนนำไปสู่การเป็นกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาทได้เช่นกัน
- โบว์ลิ่ง อีกหนึ่งกีฬาที่ต้องใช้พละกำลังของกล้ามเนื้อหลังมากเป็นพิเศษ การโยนโบว์ลิ่งมีการบิดและเอี้ยวตัว สามารถส่งผลทำให้เกิดบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังได้
- เทนนิส การวิ่งตีลูกจำเป็นต้องใช้ความรวดเร็ว ใช้กล้ามเนื้อทั้งช่วงหลังและช่วงขามากเป็นพิเศษ มีจังหวะบิดตัว และต้องกระโดด อาจทำให้เสียจังหวะล้มหลังกระแทก ซึ่งอาจส่งผลต่อกระดูกสันหลังนั่นเอง
- วิ่งจ๊อกกิ้ง โดยปกติการวิ่งจ๊อกกิ้งถือเป็นการออกกำลังกายที่ค่อนข้างปลอดภัย ไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าเกิดการกระแทกและมีการลงน้ำหนักตัวต่อเนื่อง ในระยะยาวก็อาจส่งผลต่อกระดูกสันหลังได้โดยตรงเช่นกัน
- ยกน้ำหนัก อีกหนึ่งประเภทกีฬาที่ร่างกายต้องแบกรับน้ำหนักจำนวนมากเอาไว้ โดยเฉพาะกระดูกสันหลังที่มีส่วนในการช่วยถ่ายเทน้ำหนัก ถือเป็นกีฬาที่ควรหลีกเลี่ยง ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการกระดูกสันหลังเคลื่อนเป็นอย่างมาก
วิธีป้องกันกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท
ปรับวิธีออกกำลังกายเสียใหม่
- ก่อนการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา ควรวอร์มร่างกาย ยืดกล้ามเนื้อก่อนเสมอ
- เลือกชนิดกีฬาที่จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อส่วนกลางลำตัวมีความแข็งแรงมากขึ้น เช่น เดิน เต้นแอโรบิก ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน พายเรือ หรือโยคะ
- ไม่ควรออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเป็นเวลานานเกินไป
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ให้ร่างกายต้องแบกรับน้ำหนักมากเกินไป
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน
- การยืน ไม่ควรยืนท่าเดิมเป็นเวลานานๆ เวลายืนควรทิ้งน้ำหนักตัวลงบนขาทั้งสองข้าง หรือทิ้งน้ำหนักตัวไปที่ขาข้างใดข้างหนึ่งสลับกันไป-มา หากจำเป็นต้องยืนนานๆ ควรบิดตัวเบาๆ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ รวมถึงไม่ควรใส่รองเท้าส้นสูงนานมากเกินไปด้วย
- การนั่ง ถือเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ควรนั่งให้เต็มเก้าอี้ และนั่งหลังตรง พนักพิงเก้าอี้ต้องมีขนาดที่พอดีกับหลัง สามารถเลือกพนักที่มีความโค้งนูนเล็กน้อยเพื่อช่วยรองรับส่วนเว้าของช่วงเอว หากพนักพิงไม่โค้งนูนสามารถใช้หมอนใบเล็กๆ มารองแทนได้ และนั่งให้เท้าทั้งสองข้างแตะพื้น ไม่ควรนั่งไขว่ห้างและนั่งหลังค่อม หากเป็นการนั่งทำงานควรปรับพนักให้หลังตรง ไม่นั่งท่าเดิมนานเกินไป และอย่าลืมลุกขึ้นเดินปรับเปลี่ยนอิริยาบถระหว่างวันด้วย
- การยกของ ไม่ควรยกของหนักหรือก้มตัวลงไปยก ส่วนการยกของที่ถูกต้องนั้นให้เริ่มจากยืนหลังตรง จากนั้นย่อเข่าลง ยกของ แล้วใช้กำลังจากข้อเข่าค่อยๆ ยืนขึ้น ของที่ยกต้องอยู่ชิดกับตัวมากที่สุด เพื่อเทแรงไปยังขาทั้งสองข้าง และระหว่างยกของไม่ควรบิดตัวเอี้ยวตัวไป-มา
เมื่อรู้สึกตัวว่าเริ่มมีอาการปวดหลังแม้เพียงเล็กน้อย ไม่ว่าจะปวดขณะเดิน ขณะก้ม ปวดแปลบเป็นประจำ อาจมีอาการชาบริเวณที่ถูกกดทับร่วมด้วย หรือมีอาการปวดมากขึ้นเมื่อเดินต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ นั่นถือเป็นสัญญาณความเสี่ยงที่อาจเกิดกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาทขึ้นมาได้ สำหรับใครที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท กำลังมองหาแนวทางการป้องกันและการรักษาที่ถูกต้อง สามารถเข้าไปอ่านข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ KDMS HOSPITAL แต่ทางที่ดีไม่ควรนิ่งนอนใจ รีบไปพบแพทย์เพื่อปรึกษา และหาแนวทางการรักษาอย่างทันท่วงที ใครที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับโรคกระดูก ข้อเข่า และกล้ามเนื้อ ทางโรงพยาบาลเฉพาะทางกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข KDMS เป็นโรงพยาบาลที่มีทีมศัลยแพทย์มากประสบการณ์ พร้อมวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้เทคนิคผ่าตัดต่างๆ รวมไปถึงการทำกายภาพบำบัดเวชศาสตร์ฟื้นฟูด้วยเช่นกัน