เนชั่นทีวี

Business thai

ชป.ทยอยปรับลดน้ำเจ้าพระยา ภาคใต้ฝนลดลง เร่งระบายน้ำคลี่คลายสถานการณ์

28 พ.ย. 2568

ชป.ทยอยปรับลดน้ำเจ้าพระยา ภาคใต้ฝนลดลง เร่งระบายน้ำคลี่คลายสถานการณ์

นนี้ (28 พฤศจิกายน 2568) ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำว่า ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ รวมกันประมาณ 69,747 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 91% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวม 24,580 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 99% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เพียงพอที่จะสนับสนุนการใช้น้ำในเขตชลประทานช่วงฤดูแล้งนี้

ด้านสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เช้าวันนี้ เวลา 06.00 น. ที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา ควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,900 ลบ.ม./วินาที (วานนี้ 2,020 ลบ.ม./วินาที) กรมชลประทาน ได้ทยอยปรับลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาลง จากปริมาณน้ำเหนือที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เหลืออัตรา 700 ลบ.ม./วินาที ในช่วงวันที่ 17 – 18 ธันวาคม 2568 ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่คลองโผงเผง อ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา

ชป.ทยอยปรับลดน้ำเจ้าพระยา ภาคใต้ฝนลดลง เร่งระบายน้ำคลี่คลายสถานการณ์

สำหรับในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ที่กำลังประสบกับปัญหาน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ ล่าสุดปริมาณฝนได้ลดลงแล้ว แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง และมีน้ำล้นตลิ่งในแม่น้ำสายต่างๆ ในพื้นที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี สงขลา ตรัง สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส กรมชลประทาน ได้ระดมเครื่องสูบน้ำจากพื้นที่ตอนบน ลงไปเสริมกำลังเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง  พร้อมตรวจสอบอาคารชลประทานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประตูระบายน้ำ (ปตร.) คลองหรือระบบระบายน้ำ ให้มีความมั่นคงแข็งแรง เพื่อใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นให้มากที่สุด

ชป.ทยอยปรับลดน้ำเจ้าพระยา ภาคใต้ฝนลดลง เร่งระบายน้ำคลี่คลายสถานการณ์ ชป.ทยอยปรับลดน้ำเจ้าพระยา ภาคใต้ฝนลดลง เร่งระบายน้ำคลี่คลายสถานการณ์ ชป.ทยอยปรับลดน้ำเจ้าพระยา ภาคใต้ฝนลดลง เร่งระบายน้ำคลี่คลายสถานการณ์

“รัฐบาลเลือกอพาร์ตเมนต์รอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เป็นพื้นที่นำร่อง ยกระดับมาตรฐานการเช่าที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ เพราะมีหอพักและผู้เช่าเป็นจำนวนมาก สะท้อนปัญหาที่พบทั่วประเทศได้ชัดเจน และเชื่อมั่นว่านโยบายนี้จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ ลดความขัดแย้งระหว่างผู้เช่ากับผู้ประกอบการ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง” ดร.อรุณ กล่าว

 

ด้าน นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. กล่าวเสริมว่า สคบ. พร้อมเดินหน้าตามนโยบาย โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ประชาสัมพันธ์และกวดขันผู้ประกอบการเช่าที่พักอาศัย ให้ปรับปรุงสัญญาเช่าให้ถูกต้องตามมาตรฐานใหม่ เพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค และสร้างความเข้าใจที่ตรงกันในการบังคับใช้กฎหมาย 

 

ทั้งนี้ หากประชาชนพบสัญญาเช่าที่ไม่เป็นธรรม หรือถูกเรียกเก็บค่าน้ำค่าไฟเกินจริง สามารถขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือร้องเรียนผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.co.th