เนชั่นทีวี

Business

“หวาน เค็ม เมา ควัน” กับดักสุขภาพ ดันมาตรการภาษีลด NCDs ปกป้องอนาคตเด็กไทย

04 ก.ย. 2569 | PR NEWS

เครือข่ายสุขภาพชี้ “หวาน เค็ม เมา ควัน” แม้เป็นสินค้าคนละประเภท แต่เชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เหมือนกัน พร้อมเสนอใช้มาตรการภาษี กฎหมาย ควบคุมการตลาด และสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้ประชาชนเลือกสิ่งที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการปกป้องเด็กและเยาวชนจากการตกเป็นผู้บริโภคตั้งแต่อายุยังน้อย

ข้อมูลที่นำเสนอในการประชุมวิชาการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 24 ภายใต้หัวข้อ “หวาน เค็ม เมา ควัน : กับดักสินค้าทำลายสุขภาพเรื้อรัง” ระบุว่า ปี 2565 ประเทศไทยสูญเสียปีสุขภาวะรวมมากกว่า 20.5 ล้านปี และประมาณ 4 ใน 5 ของความสูญเสียดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกลุ่มโรค NCDs

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญไม่ได้มีเพียงพฤติกรรมของแต่ละบุคคล แต่ยังเชื่อมโยงกับสินค้า ราคา รสชาติ ขนาดบรรจุ การโฆษณา และการตลาดที่แวดล้อมผู้บริโภคอยู่ในชีวิตประจำวัน

“หวาน เค็ม เมา ควัน” กับดักสุขภาพ ดันมาตรการภาษีลด NCDs ปกป้องอนาคตเด็กไทย

“หวาน” ไม่จบแค่น้ำหนักเพิ่ม เสี่ยงอ้วน เบาหวาน และ NCDs

ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ประธานเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ระบุว่า ปัญหาจากความหวานไม่ได้จำกัดเฉพาะการบริโภคน้ำตาลมากเกินไป แต่รวมถึงการสร้างความคุ้นชินกับรสหวาน แม้กระทั่งการเลือกใช้สารทดแทนความหวาน

“หวาน เค็ม เมา ควัน” กับดักสุขภาพ ดันมาตรการภาษีลด NCDs ปกป้องอนาคตเด็กไทย

องค์การอนามัยโลกระบุว่า สารทดแทนความหวานไม่ใช่เครื่องมือสำหรับควบคุมภาวะอ้วนในระยะยาว ขณะที่ผู้บริโภคยังคงมีโอกาสเผชิญความเสี่ยงต่อภาวะอ้วน เบาหวาน และโรค NCDs ได้

ทพญ.ปิยะดายังชี้ว่า ธุรกิจย่อมต้องการจำหน่ายสินค้า จึงมีการปรับทั้งรูปแบบ รสชาติ ขนาด และใช้ข้อความโฆษณาหลากหลายรูปแบบเพื่อกระตุ้นการซื้อ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของ “กับดัก” ที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกสินค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น

 

คนไทยกินโซเดียมเกือบ 2 เท่าของปริมาณแนะนำ

สำหรับปัญหา “เค็ม” ข้อมูลจาก รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม ระบุว่า คนไทยบริโภคโซเดียมเฉลี่ยประมาณ 3,650 มิลลิกรัมต่อวัน สูงกว่าปริมาณแนะนำที่ 2,000 มิลลิกรัมต่อวันเกือบ 2 เท่า

การได้รับโซเดียมสูงต่อเนื่องเพิ่มความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตเรื้อรัง ขณะที่เด็กอายุ 10–19 ปีประมาณ 1 ใน 10 มีระดับความดันเลือดเข้าเกณฑ์ภาวะความดันโลหิตสูงแล้ว

เครือข่ายลดบริโภคเค็มจึงเสนอว่า การรณรงค์ให้ประชาชนลดเค็มเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ควรใช้ทั้งมาตรการภาษีโซเดียม หรือ Sodium Tax ควบคู่กับการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานปริมาณโซเดียม หรือ Sodium Benchmark เพื่อผลักดันให้ผู้ผลิตปรับสูตรอาหารและลดโอกาสที่เด็กจะคุ้นชินกับรสเค็มตั้งแต่วัยเยาว์

“หวาน เค็ม เมา ควัน” กับดักสุขภาพ ดันมาตรการภาษีลด NCDs ปกป้องอนาคตเด็กไทย

แอลกอฮอล์เป็นสารก่อมะเร็ง อันตรายเริ่มก่อน “เมา”

ด้าน ศ.ดร.นพ.พลเทพ วิจิตรคุณากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ระบุว่า ความเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้เริ่มเมื่อผู้บริโภคดื่มจนเมาหรือเกิดภาวะติดสุราเท่านั้น

แอลกอฮอล์ถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 และสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งหลายชนิด โดยผลกระทบต่อสุขภาพสามารถเกิดขึ้นก่อนที่ผู้ดื่มจะมีอาการเมาหรือเกิดภาวะติดสุรา จึงไม่จำเป็นต้องดื่มในปริมาณที่ทำให้เมาจึงจะเกิดอันตรายต่อสุขภาพ

“หวาน เค็ม เมา ควัน” กับดักสุขภาพ ดันมาตรการภาษีลด NCDs ปกป้องอนาคตเด็กไทย

บุหรี่ไฟฟ้าวางกับดักนิโคติน เด็กเริ่มเร็วเสี่ยงติดยาว

ส่วนปัญหา “ควัน” โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้า ศ.เกียรติคุณ พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ หรือ ศจย. ระบุว่า นิโคตินทำให้เกิดการเสพติด และส่งผลกระทบทั้งต่อสมองและสุขภาพ 

สิ่งที่น่ากังวลคือผลิตภัณฑ์เหล่านี้กำลังเข้าถึงเด็กและเยาวชนมากขึ้น เมื่อเริ่มใช้แล้วอาจนำไปสู่การเสพติดเป็นเวลานาน ขณะที่รูปแบบสินค้า สีสัน และการตลาดถูกออกแบบให้ดึงดูดผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มอายุน้อย

พญ.สุวรรณาเปรียบสถานการณ์ดังกล่าวว่าเป็น “กับดัก” ที่ถูกวางไว้เพื่อดึงผู้บริโภคให้เข้ามาใช้ผลิตภัณฑ์ และเมื่อเกิดการเสพติดแล้ว การหลุดออกจากวงจรดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย

“หวาน เค็ม เมา ควัน” กับดักสุขภาพ ดันมาตรการภาษีลด NCDs ปกป้องอนาคตเด็กไทย

WHO ดัน “3 by 35” ใช้ภาษีสุขภาพลดหวาน เมา ควัน

ปัญหาสินค้าทำลายสุขภาพไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทย องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ผลักดันแนวทาง “3 by 35” ให้ประเทศต่าง ๆ ใช้มาตรการภาษีสุขภาพกับผลิตภัณฑ์ 3 กลุ่ม ได้แก่ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และผลิตภัณฑ์ยาสูบ

แนวทางดังกล่าวตั้งเป้าให้ราคาที่แท้จริงของสินค้าเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 50% ภายในปี 2035 เพื่อช่วยลดการบริโภคและผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน

สำหรับประเทศไทย เครือข่ายสุขภาพมองว่า ปัญหา “เค็ม” เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องจัดการควบคู่กัน จึงเป็นที่มาของการนำ 4 ประเด็น “หวาน เค็ม เมา ควัน” มาเชื่อมโยงในเวทีเดียวกัน

“หวาน เค็ม เมา ควัน” กับดักสุขภาพ ดันมาตรการภาษีลด NCDs ปกป้องอนาคตเด็กไทย

4 เครือข่ายชี้เป้าหมายเดียวกัน ลด NCDs ปกป้องเด็ก

ตัวแทนเครือข่ายระบุว่า ปัจจัยเสี่ยงทั้ง 4 ด้านมีส่วนสร้างภาระโรค ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และเพิ่มความเสี่ยงต่อ NCDs ในอนาคต แม้ผลิตภัณฑ์จะแตกต่างกัน แต่แนวทางแก้ปัญหาและกลุ่มที่ต้องได้รับการปกป้องมีจุดร่วมสำคัญ คือเด็กและเยาวชน

ศ.ดร.นพ.พลเทพ ระบุด้วยว่า การทำงานแบบแยกส่วนอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะหลายมาตรการจำเป็นต้องขับเคลื่อนร่วมกันหลายหน่วยงาน เช่น มาตรการด้านภาษีที่ต้องทำงานร่วมกับกระทรวงการคลัง หรือมาตรการป้องกันเด็กและเยาวชนที่ต้องประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ

ข้อเสนอจากเวทีจึงครอบคลุมทั้งมาตรการภาษี กฎหมาย การควบคุมการตลาด การศึกษา และการปรับสภาพแวดล้อม เพื่อไม่ฝากภาระการป้องกัน NCDs ไว้ที่ประชาชนหรือเด็กเพียงฝ่ายเดียว

เป้าหมายสำคัญคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้สิ่งที่ดีต่อสุขภาพ “เลือกได้ง่ายกว่าและเข้าถึงได้มากกว่า” พร้อมลดอิทธิพลของสินค้าที่ใช้รสชาติ ราคา รูปแบบผลิตภัณฑ์และการตลาดดึงผู้บริโภคเข้าสู่ความเสี่ยงด้านสุขภาพตั้งแต่วัยเยาว์

เพราะท้ายที่สุด การป้องกันโรค NCDs ไม่ได้อยู่ที่การบอกเด็กว่า “อย่ากิน อย่าดื่ม อย่าสูบ” เท่านั้น แต่ต้องทำให้สังคมไม่เปิดทางให้สินค้า “หวาน เค็ม เมา ควัน” เข้ามากำหนดอนาคตของเด็กไทย

ข่าวล่าสุด