นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธ์ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) ร่วมกล่าวบนเวทีสัมมนา “NEW ENERGY FOR THAILAND เปลี่ยนผ่านพลังงาน เดิมพันอนาคตไทย” ในหัวข้อ “Power for a new Era : พลังงานในยุคดิจิทัล” จัดโดยเครือมติชน ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ
Data Center มีบทบาทเปรียบเสมือนอาคารสำนักงานหรือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นพื้นที่ติดตั้งและดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Servers) จำนวนมาก เพื่อรองรับระบบ Cloud ขององค์กรยุคใหม่
การทำงานของ Data Center เน้นการควบคุมอุณหภูมิและการระบายความร้อนเพื่อให้อุปกรณ์ประมวลผลทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีสารเคมีอันตรายหรือการแผ่รังสีออกสู่ภายนอก
ข้อกังวลเรื่องการใช้ไฟฟ้าและน้ำของ Data Center เป็นเพียงการมองด้านต้นทุน แต่ในมิติเศรษฐกิจมหภาค Data Center คือกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพและเงินตราของประเทศ
ปัจจุบันองค์กรและประชาชนในไทยพึ่งพาบริการดิจิทัลจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทั้งซอฟต์แวร์องค์กร เช่น Microsoft, SAP, Oracle, Salesforce สตรีมมิง และการลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มระดับโลก การมี Data Center ในประเทศจะช่วยเก็บมูลค่าทางเศรษฐกิจเหล่านี้ไว้ภายในระบบการเงินไทย
จากเดิมที่ไทยมี Data Center รวมกันทั้งประเทศขนาดต่ำกว่า 100 เมกะวัตต์ ปัจจุบันขยายตัวสู่ระดับ 700 เมกะวัตต์ (รวมโครงการที่แล้วเสร็จและอยู่ระหว่างก่อสร้าง) ทำให้พร้อมรองรับการแข่งขันในระดับภูมิภาค
Data Center รุ่นใหม่ในไทยมีค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (PUE) ต่ำกว่า 1.2 ซึ่งลดลงอย่างมากจากอดีตที่อยู่ระดับ 1.8 ส่งผลให้การใช้พลังงานในระบบทำความเย็นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
“การเข้าสู่ธุรกิจ Data Center และ AI ในจังหวะนี้ คือโอกาสสำคัญของประเทศไทย เพราะเราได้ใช้อุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุดที่มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงาน ธุรกิจนี้ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นที่เราไม่สามารถตกเทรนด์ระดับโลกได้ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ยังคงสามารถแข่งขันและเติบโตในโลกดิจิทัลได้อย่างแข็งแกร่ง” นายสมิทธ์ พนมยงค์ กล่าว