ส่วนกรณีที่ชาวบ้านสะท้อนว่าไม่รู้จะอพยพได้อย่างไร
ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวว่า เนื่องจากตั้งแต่คืนวันอาทิตย์จนถึงเวลานี้มีกระแสน้ำรุนแรง เรือเจ็ตสกีบางลำเข้าไปไม่ถึง อีกทั้งเรือท้องแบนก็เข้าพื้นที่ไม่ได้ ดังนั้นประชาชนที่อยู่ในพื้นที่กระแสน้ำแรง วันนี้จะมีการแก้ไขปัญหาใหม่ โดยจะใช้เรือเจ็ตสกีที่มีแรงม้าสูงเข้าไปช่วยเหลือประชาชน
ส่วนที่มีภาพของประชาชนตะโกนขอความช่วยเหลือบนหลังคาบ้าน จะเข้าช่วยเหลือได้เมื่อไหร่นั้น
ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวว่า วันนี้จะมีการบัญชาการให้เป็นเรื่องเป็นราว และเป็นรูปธรรม ที่จะดำเนินการเพื่อเข้าช่วยเหลือ พร้อมกับยอมรับว่า
ปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ เนื่องจากคาดการณ์ว่าน้ำจากอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งเกิดฝนตกหนักมาสมทบกับน้ำในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ที่มีจำนวนมากอยู่แล้ว และน้ำทุกมุมไหลลงมารวมกันทั้งหมด ทำให้เกิดปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นสูง และมีความเชี่ยว และลึก ส่งผลให้เรือท้องแบนเข้าไปช่วยเหลือไม่ได้ จึงได้มีการเพิ่มเรือหางยาวของชาวประมงเข้าไปช่วย และเรือจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ หรือ หน่วยซีล พร้อมกับส่งเรือเจ็ตสกีแรงม้าสูงเข้าไปช่วยเพิ่มเติม ซึ่งจะระดมช่วยเหลือในทุกจุด
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของฝน และวันพรุ่งนี้จะเบาลง ดังนั้นการระบายน้ำจึงเป็นหน้าที่ของกรมชลประทาน ก็จะมีการระบายน้ำให้เร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้บานประตูทุกบานของลำน้ำ เปิดไว้หมดแล้ว ซึ่งคาดการณ์ว่า จะใช้เวลาประมาณ 3 วัน สถานการณ์จะคลี่คลาย
ร้อยเอก ธรรมนัส ยังให้ความมั่นใจกับประชาชนที่ยังติดอยู่ในบ้านเรือน ว่า วันนี้จะมีการช่วยเหลือจากทุกหน่วยงาน โดยจะแบ่งออกเป็น 2 โซน โดยใช้เส้นทางรถไฟเป็นหลัก ก็คือ โซนตะวันออก กับโซนตะวันตก และมีจุดที่จะนำรถทหาร และรถกรมชลประทาน รวมถึง ปภ. ไปตั้งในแต่ละจุด และใช้เจ็ตสกี หรือเรือที่สามารถผ่านกระแสน้ำแรงได้ เข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่แจ้งความช่วยเหลือเข้ามาทั้งหมด ขณะเดียวกันก็มีการสั่งอุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งเฮลิคอปเตอร์จากทุกกองทัพภาค สแตนด์บายไว้ 10 ลำ
ร้อยเอก ธรรมนัส ยอมรับด้วยว่า มีปัญหาเรื่องของการสื่อสาร ที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ได้มีการแก้ไขปัญหาแล้ว เนื่องจากก่อนหน้านี้มีกระสอบทรายไปทับเสาส่งสัญญาณ ประกอบกับกระแสน้ำแรง และไฟฟ้าดับ ซึ่งวันนี้ก็จะเริ่มเร่งแก้ไข