เนชั่นทีวี

การเมือง

“เปรมชัย” มีลุ้นได้ประกันคดีตึก สตง.ถล่ม หลังศาลให้ประกัน 6 จำเลย

21 พ.ย. 2568

“เปรมชัย” มีลุ้นได้ประกันคดีตึก สตง.ถล่ม หลังศาลให้ประกัน 6 จำเลย

“เปรมชัย” มีลุ้นได้ประกันตัวออกจากคุก คดีตึก สตง.ถล่ม หลังศาลอาญาให้ประกัน 6 จำเลยกลุ่มวิศวกร พร้อมเงื่อนไขติด EM ห้ามออกนอกประเทศ

21 พฤศจิกายน 2568  ที่ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายพิมล เจริญยิ่ง จำเลยที่ 3 ,นายธีระ วรรธนะทรัพย์ จำเลยที่ 5, นายสุพล อัครอารีสุข จำเลยที่ 6, นายชัยณรงค์ เสียงไพรพันธ์ จำเลยที่ 7, นายอภิชาติ รักษา จำเลยที่ 8 นายวิศาล จุลพัลลภ จำเลยที่ 23 ในคดี หมายเลขดำอ 2201/2568 ที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8  ฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการของอิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ กับพวก23 รายจำเลยในความผิดฐาน เป็นผู้มีวิชาชีพในการออกแบบ ควบคุม ทำการก่อสร้าง อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆ ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการอันพึงกระทำการนั้นๆ โดยประการที่น่าจะเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา และสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 9, 10, 11, 12, 13, 14 และ 15 ในฐานความผิดร่วมกันปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 227, 238, 264 และ 268 และที่แก้ไขเพิ่มเติม,พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522, พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ตลอดจนกฎกระทรวงและระเบียบที่เกี่ยวข้อง จากกรณีที่ ตึก สตง.ถล่ม  
 

โดยจำเลย 6 รายที่ยื่นปล่อยตัววันนี้ เป็นกลุ่มบริษัท ไมนฮาร์ท และบริษัทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นกลุ่มวิศวกรผู้ออกแบบอาคาร ยังไม่มีนายเปรมชัย
 

แฟ้มภาพ นายเปรมชัย กรรณสูต

 

 

 

โดยศาลเปิดบัลลังก์ไต่สวนจำเลย 6ปาก วันนี้รวมถึงเรียกอัยการโจทก์ โดย น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรืออัยการดาว และคณะเข้าคัดค้านการไต่สวน เมื่อเริ่มไต่สวนอัยการโจทก์ยื่นคัดค้านการปล่อยชั่วคราวและ ยื่นคำร้องต่อศาล โดยให้เหตุว่า เนื่องจากยังไม่ปรากฏหลักฐาน การเยียวยาค่าเสียหาย แก่รัฐและประชาชน และเป็นคดีสะเทือนขวัญ มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งกลุ่มจำเลยที่ขอปล่อยตัว เป็นกลุ่มวิศวกรทั้งหมด เป็นบุคคลในวงการวิศวกร ซึ่งรู้จักพยานสำคัญในคดี อาจไปยุ่งเหยิงกับพยานบุคคลที่เป็นพยานสำคัญได้ โจทก์ขอให้สืบพยานบุคคลดังกล่าวก่อน เพื่อให้เกิดความยุติธรรม และมองว่ายังไม่มีเหตุพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงการควบคุมตัว ขอให้ยกคำร้อง

 

ศาลพิเคราะห์ตามทางไต่สวนประกอบกับรายงานประเมินความเสี่ยงของศาลอาญาซึ่งระบุว่า ความเสี่ยงจะหลบหนี หรือก่ออันตรายประการอื่นอยู่ในระดับความเสี่ยงต่ำ เห็นว่าโจทก์ฟ้องว่า คดีนี้มีการกระทำความผิดรวม 67 กรรม จำเลยที่ 3,5 -8 และจำเลยที่ 23 ถูกฟ้องว่า ร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้องข้อ 2.1 เพียงกรรมเดียว จำเลยที่ 3,5 -8 และจำเลยที่ 23 ประกอบอาชีพวิศวกร มีภูมิลำเนาที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี
 

อีกทั้งยังให้การปฏิเสธและถูกคุมขังโดยตลอดมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว และได้ความตามทางไต่สวนว่าจำเลยที่ 3,5 -8 และจำเลยที่ 23ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง และมาพบพนักงานสอบสวนตามนัด พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการโจทก์มีการนัดตรวจ พยานหลักฐานมาบ้างแล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 3,5 -8 และจำเลยที่ 23 เป็นผู้มีอิทธิพลที่สามารถไปขู่ หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้
 

ดังนั้น แม้ศาลนี้และศาลอุทธรณ์ จะเคยมีคำสั่งไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว แต่เมื่อพฤติการณ์แห่งคดีมีเหตุเปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ จึงมีเหตุสมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 3,5 -8 และจำเลยที่ 23 ในระหว่างพิจารณา ตีราคาประกันคนละ 1.5 ล้านบาท ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล