เปิดบันทึกลับ! คดี “ชนนพัฒฐ์” จตช.ฟันวินัย ตร.ทำผู้ถูกกล่าวหารอด
20 พ.ย. 2568

เปิดบันทึกลับ!! คดี “ชนนพัฒฐ์” จตช.ฟันวินัยพนักงานสอบสวนสงขลา-หาดใหญ่ เหตุทำผู้ถูกกล่าวหารอด! ชี้ชัดเจ้าตัวเซ็นยอมเอง บันทึกข้อความผิดเพี้ยน Copy-Paste ขาดหาย!
การเมือง
20 พ.ย. 2568

เปิดบันทึกลับ!! คดี “ชนนพัฒฐ์” จตช.ฟันวินัยพนักงานสอบสวนสงขลา-หาดใหญ่ เหตุทำผู้ถูกกล่าวหารอด! ชี้ชัดเจ้าตัวเซ็นยอมเอง บันทึกข้อความผิดเพี้ยน Copy-Paste ขาดหาย!
20 พฤศจิกายน 2568 จากกรณีปรากฏเป็นข่าวการกลับคำ มีตำรวจ 2 คน คือ พ.ต.ต.ประชิต ทิพมณี ผู้กล่าวหา และ ร.ต.อ.นวพล ลื่อดิลกวัฒนา พยาน ไปกลับคำให้การจนกระทั่งนาย นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.พรรคกล้าธรรม ไม่ถูกดำเนินคดีในประเด็นนี้นั้น มีรายงานว่า จากการตรวจสอบบันทึกสำคัญ ที่จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เรียกสอบจากพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนของ สภ.เมืองสงขลา ที่ทำไว้กับชุดจับ 2 คนตามที่เป็นข่าว จึงทำให้จเรตำรวจฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าพนักงานสอบสวนของ สภ.เมืองสงขลา และ สภ.หาดใหญ่ ผิด แต่ตำรวจสองคน (ประชิตและนวพล) นั้นไม่ผิด
บันทึกดังกล่าวลงวันที่ 3 มี.ค.2567 ความว่า กรณีที่มีการสอบสวน พ.ต.ท.ประชิต ผู้กล่าวหา และ ร.ต.อ.นวพล พยานใน คดีอาญาที่ 352 ลงวันที่ 24 ก.พ.25 ของ สภ.เมืองสงขลา คดีระหว่าง พ.ต.ต.ประชิต ผู้กล่าวหา กับ ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวก ในข้อหา ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ นั้น ด้วยพนักงานสอบสวน ได้รับการร้องเรียน (ด้วยวาจา) จากทนายความของ ผู้ต้องหาที่ 1 ว่า ตนเองไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด เจ้าของเว็บพนันคือ นายพชร ผู้ต้องหาที่ 2 จึงร้องขอให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง และให้สอบปากคำผู้กล่าวหาและพยานจับกุมเพิ่มเติม เพื่อให้ยืนยันในประเด็นก่อนและหลังการจับกุม
ต่อมา ในวันที่ 24 มิ.ย.2565 พ.ต.ท.พิเชษฐ์ไชย หนูผุด รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมือง สงขลา พนักงานสอบสวน ได้รับคำสั่งให้ดำเนินการ จึงได้ติดต่อประสานงาน เจ้าหน้าที่ชุด ปฏิบัติการฝ่ายสอบสวน (ศปอส.ตร.) ชป.ที่ 4 เพื่อให้ช่วยนัดหมายกับผู้กล่าวหาและพยานให้เดินทางมาให้การเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองสงขลา แต่ทั้งสองนายไม่สะดวกเดินทางมาให้การ เนื่องจาก พ.ต.ต.ประชิต ติดราชการ ส่วน ร.ต.อ.นวพล ติดอบรม ประกอบกับระยะทางไกล
พนักงานสอบสวน จึงนัดหมายคนทั้งสองว่า วันที่ 30 มิ.ย.2565 พนักงานสอบสวน จะเดินทางไปราชการที่รัฐสภา เพื่อชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการในเรื่องคดีอื่น จึงขอนัดสอบปากคำบุคคลทั้งสองเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว โดยนัดหมายกันที่ บก.น.7 ช่วงเวลาประมาณ 16.30 น. เนื่องจากเป็นจุดที่ใกล้กับสถานที่อบรมของ ร.ต.อ.นวพล ซึ่งอบรมที่ศาลายา อ.พุทธมณฑล และ ใกล้บ้านพักของ พ.ต.ต.ประชิต
โดยให้ พ.ต.ต.ประชิตจัดเตรียมคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และเครื่อง พรินเตอร์ไว้ให้ด้วย ซึ่งก่อนออกเดินทางพนักงานสอบสวนได้ร่างคำให้การในการสอบเพิ่มเติม บันทึกเป็นไฟล์ PDF ใส่ไว้ในแฟลชไดรฟ์ ลงวันที่ 24 มิ.ย.2565 ซึ่งเป็นวันที่ติดต่อประสานงาน
ต่อมาวันที่ 30 มิ.ย.2565 พนักงานสอบสวน เดินทางมาที่กรุงเทพฯ และเสร็จสิ้นภารกิจที่รัฐสภาเวลาประมาณ 16.30 น. จากนั้นเดินทางไปที่ บก.น.7 ไปถึง เวลาประมาณ 17.30 น. ซึ่งเป็นเวลาปิดทำการ พบบุคคลทั้งสองนายมารออยู่ที่ลานจอดรถ ด้วยความรีบเร่งที่จะไม่ทันเครื่อง เที่ยวบินเวลา 20.00 น.ต้องเช็คอินภายในเวลา 18.30 น. พนักงานสอบสวนจึงรีบสอบปากคำเพิ่มเติม ตามไฟล์เอกสารที่เตรียมมา โดยสอบถามผู้กล่าวหา และพยานในประเด็นเดียวกันสามประเด็น ดังนี้
ในประเด็นที่ต้องการทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ และขณะเกิดเหตุที่เข้าตรวจค้นจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาในคดีนี้ พบตัวนายชนนพัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 1 อยู่ในที่เกิดเหตุหรือไม่ และประเด็นคำถามเกี่ยวกับการใช้รูปโปรไฟล์ในแอปพลิเคชันไลน์ ในเครื่องโทรศัพท์ของกลางที่ตรวจยึดมาภายหลังหลังการจับกุม เพื่อตรวจสอบยืนยันตัวบุคคลเป็นรูปโปรไฟล์ของนายชนนพัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 1 หรือไม่ เพื่อให้ข้อเท็จจริงตามที่ผู้ต้องหาที่ 1 ร้องขอความเป็นธรรมว่า ตนเองไม่ได้อยู่ที่เกิดเหตุ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเข้าทำการตรวจค้นบ้านที่เกิดเหตุ เมื่อวันที่ 7 ก.พ.2565 และไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด
ส่วนเนื้อหาคำถาม ในคำให้การเพิ่มเติมลงวันที่ 24 มิ.ย.2565 นั้น พนักงานสอบสวนได้แยกเป็นสามคำถาม เพื่อให้เกิดความชัดเจน ประเด็นสั้นๆ ดังนี้
ข้อที่ 1.ต้องการทราบว่า จากการสืบสวนก่อนเกิดเหตุ และขณะเกิดเหตุที่เข้าตรวจค้น บ้านเป้าหมาย (7 ก.พ.2565) ผู้กล่าวหา และพยานเคยพบตัวนายชนนพัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 1 มาก่อนหรือไม่ และในวันตรวจค้นจับกุมกลุ่มผู้ต้องหารายอื่นๆ ได้มีการจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ด้วยหรือไม่ ผู้ต้องหาที่ 1 มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหารายอื่นๆ ที่ถูกจับวันวันตรวจค้นหรือไม่
2.ต้องการทราบว่า ตามผลการตรวจโทรศัพท์ของกลาง ซึ่งมีการสนทนาของกลุ่มผู้ต้องหา และบุคคล อยากทราบว่ารูปโปรไฟล์ ที่ปรากฏชื่อ Powerinkrit ภายหลังการจับกุมยังเป็นของผู้ต้องหาที่ 1 หรือไม่ หรือของใคร
3.ขณะเข้าตรวจค้นและจับกุมกลุ่มผู้ต้องหารายอื่นๆ เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2565 นายชนนพัฒน์ อยู่ในที่เกิดเหตุ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหารายอื่นๆ ที่ถูกจับกุมในวันตรวจค้นจับกุมหรือไม่อย่างไร
โดยใช้เวลาสอบปากคำสั้นๆ ประมาณ 10-15 นาที ด้วยความเร่งรีบพนักงานสอบสวนกลัวจะตกเครื่อง จึงไม่ได้แก้ประโยคคำถามที่เคยร่างใส่แฟลชไดรฟ์ ไว้เมื่อวันที่24 มิ.ย.2565 จึงพิมพ์เฉพาะคำตอบของผู้กล่าวหา และพยานที่ให้การเพิ่มเติมใส่ลงไป เมื่อสอบปากคำเสร็จ จึงได้พรินต์คำให้การให้ผู้กล่าวหาและพยานลงชื่อ ด้วยความรีบเร่ง แล้วแยกย้ายกันเดินทางกลับ
สำหรับประเด็นคำถาม ที่พนักงานสอบสวนต้องการสอบปากคำผู้กล่าวหา และพยานเพิ่มเติม ที่แท้จริง คือเป็นไปตามประเด็นคำถามที่มาสอบปากคำผู้กล่าวหา และพยานเพิ่มเติมที่ บก.น.7 วันที่ 30 มิ.ย.2565 คือ
ต้องการทราบว่า จากการสืบสวนก่อนก่อนเกิดเหตุ และขณะเกิดเหตุที่เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย ผู้กล่าวหา และพยานเคยพบตัวนายชนนพัฒน์ มาก่อนหรือไม่ และในวันตรวจค้นจับกุมกลุ่มผู้ต้องหารายอื่นๆ ได้มีการจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ด้วยหรือไม่ , ต้องการทราบว่า ผลการตรวจโทรศัพท์ของกลาง ซึ่งมีการสนทนาของกลุ่มผู้ต้องหา และบุคคล อยากทราบว่า ภายหลังการจับกุมรูปโปรไฟล์ ที่ปรากฏชื่อ Powerinkrit เป็นของผู้ต้องหาที่ 1 หรือไม่ ,ต้องการทราบว่าขณะเข้าตรวจค้นและจับกุมกลุ่มผู้ต้องหารายอื่นๆ เมื่อวันที่ 7 ก.พ.2565
ผู้ต้องหาที่ 1 อยู่ในที่เกิดเหตุ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหารายอื่นๆ ที่ถูกจับกุมในวันตรวจค้นจับครั้งนั้นหรือไม่
ซึ่งเมื่อพนักงานสอบสวนถามปากเปล่าเสร็จ ก็จะพิมพ์ปรับคำให้การเพิ่มเติมตามที่ร่างไว้เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2565 ก่อนเดินทางมาสอบในวันที่ 30 มิ.ย.2565 และไฟล์คำให้การที่พนักงานสอบสวนร่าง เมื่อมาเปิดเพื่อแก้ไขข้อความในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ฝ่ายพยานจัดเตรียมไว้พบว่า “มีความผิดเพี้ยนของข้อความ” ทำให้ต้องมีการแก้ไขโดยวิธีการคัดลอกข้อความแต่ละประโยคมาวางไว้ในไฟล์ใหม่ ทำให้ตามข้อความขาดหายไป จึงไม่ได้ปรับแก้ไขให้ตรงกันเพราะเห็นว่า น่าจะเป็นประเด็นเดียวกันที่พนักงานสอบสวน ต้องการทราบตามคำร้องขอความเป็นธรรมของผู้ต้องหาที่ 1 คือประเด็นที่ผู้ต้องหาที่ 1 ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหารายอื่นๆ เมื่อวันที่ 7 ก.พ.2565
ประกอบกับด้วยความรีบเร่ง ที่จะต้องเดินทางไปเช็คอินที่สนามบินดอนเมือง เดินทางกลับจังหวัดสงขลา ซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาช่วงเย็นรถเริ่มติด เกรงว่าจะตกเครื่อง จึงไม่ได้แก้ไขคำถามที่ร่างใส่แฟลชไดรฟ์ ไว้เมื่อวันที่ 24มิ.ย. 2565ให้ตรงประเด็นในเรื่องที่ต้องการถามต่อหน้าผู้กล่าวหาและ พยานเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.เพื่อทราบประเด็นดังกล่าว คือจุดประสงค์ที่แท้จริงในการสอบสวนเพิ่มเติม
ในการสอบปากคำ พ.ต.ต.ประชิต ผู้กล่าวหา กับ ร.ต.อ.นวพล พยาน เพิ่มเติมตามบันทึกคำให้การเพิ่มเติมลงวันที่ 24 มิ.ย.2565 ก่อนถามคำให้การเพิ่มเติม ผู้กล่าวหาให้การยืนยันคำให้การเดิม ที่เคยให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนก่อนหน้านี้ เนื่องจากด้วยความยุ่งยากในการปรับแก้ไฟล์ คำให้การที่กล่าวมาแล้วข้างต้น และความรีบเร่งที่ต้องรีบเดินทางไปขึ้นเครื่องที่สนามบินดอนเมือง เพื่อเดินทางกลับ จึงทำให้พนักงานสอบสวนหลงลืมพิมพ์คำถามยืนยันคำให้การเดิมที่เคยให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนก่อนหน้านี้ ในบันทึกคำให้การเพิ่มเติมตอบประเด็นดังกล่าว
ลงชื่อ พ.ต.ต.ประชิต ทิพมณี ผู้กล่าวหา และ ร.ต.อ.นวพล ลื่อดิลกวัฒนา พ.ต.ท.พิเชษฐ์ไชย หนูผุด รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมือง สงขลา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในบันทึกข้อความดังกล่าวจะเห็นว่า ที่จเรตำรวจเรียกสอบ พ.ต.ท.พิเชษฐ์ไชย พนักงานสอบสวนเองก็ยอมรับ และมีการเซ็นทั้งสามคน ได้ทำบันทึกกันไว้เมื่อ 3 มี.ค.67 และ จเรตำรวจได้นำเข้าสำนวนการสอบสวน จึงทำให้จเรตำรวจ มีมติเป็นเอกฉันท์ ว่า พนักงานสอบสวนของ สภ.เมืองสงขลา และของ สภ.หาดใหญ่ ผิด ส่วน พ.ต.ต.ประชิต และ ร.ต.อ.นวพล นั้นไม่ผิด
นอกจากนี้ยังมีที่ พ.ต.ต.ประชิต และ ร.ต.อ.นวพล สองคนนี้ ไปให้การที่ สภ.หาดใหญ่ ขยายความสิ่งที่ให้การที่ สภ.เมืองสงขลา แต่ พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ไม่พิจารณาคำให้การแต่กลับเอาข้อมูล สภ.เมืองสงขลา มาหักสั่งไม่ฟ้อง นายชนนพัฒฐ์
ข่าวล่าสุด