เนชั่นทีวี

การเมือง

"พลภูมิ" นั่งเป็นประธานสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร สมัยที่ 2

17 พ.ย. 2568

"พลภูมิ" นั่งเป็นประธานสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร สมัยที่ 2

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ประชุมจัดตั้งคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครชุดใหม่ "พลภูมิ" นั่งประธานสมัย 2 ผนึกเครือข่ายสร้างกรุงเทพฯ เมืองวัฒนธรรม

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดการประชุมเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครชุดใหม่ โดยมีประธานสภาวัฒนธรรมจากทั้ง 50 เขต และภาคีเครือข่ายด้านวัฒนธรรม เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งที่ประชุมได้แต่งตั้งประธานในที่ประชุมชั่วคราวเพื่อดำเนินการเลือกตั้ง และเปิดให้สมาชิกพิจารณาเลือกรูปแบบการลงคะแนน ซึ่งมีมติเห็นชอบให้ใช้วิธียกมือโหวตแบบเปิดเผย

จากนั้น นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานสภาวัฒนธรรมเขตมีนบุรี ได้เสนอชื่อ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครสมัยที่ 2 โดยที่ประชุมไม่ได้เสนอรายชื่อบุคคลอื่นเพิ่มเติม และมีมติเป็นเอกฉันท์ให้นายพลภูมิรับตำแหน่งต่ออีกหนึ่งวาระ (3 ปี) 

"พลภูมิ" นั่งเป็นประธานสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร สมัยที่ 2

"พลภูมิ" นั่งเป็นประธานสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร สมัยที่ 2

นายพลภูมิ กล่าวขอบคุณเพื่อนสมาชิกสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต รวมถึงองค์กรภาคี เครือข่ายชุมชน และหน่วยงานด้านวัฒนธรรมทุกภาคส่วน ที่ร่วมมือกันมาตั้งแต่วาระแรกว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจ ให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ประธานสภาวัฒนธรรม กทม.อีกสมัย ทุกความร่วมมือคือพลังสำคัญ ที่ทำให้งานวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ เดินหน้าได้จริง และสัญญาว่าจะเปิดกว้าง รับฟังทุกข้อเสนอ และทำงานอย่างโปร่งใสด้วยหัวใจ

นายพลภูมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจเร่งด่วนหลังจากนี้คือ การจัดตั้งทีมบริหารชุดใหม่ ได้แก่ รองประธาน เลขานุการ เหรัญญิก และคณะทำงานเฉพาะด้าน เพื่อขับเคลื่อนงานอย่างเป็นระบบและตอบโจทย์พื้นที่มากขึ้น 

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ

 

พร้อมวางนโยบายหลักในการขับเคลื่อนงานสภาวัฒนธรรม กทม.ในวาระใหม่ ผ่าน 4 มิติสำคัญ คือ

1.วัฒนธรรมที่เข้าถึงได้ (Accessible Culture)

   •   นำกิจกรรมวัฒนธรรมสู่ทุกเขต

   •   ฟื้นฟูประเพณีท้องถิ่น ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่

   •   ส่งเสริมบทบาทชุมชนให้เป็นเจ้าของงานวัฒนธรรมอย่างแท้จริง

 

2.พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเยาวชน (Creative Youth Space)

   •   เปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงออกด้านศิลปะ ดนตรี และการแสดง

   •   ผลักดัน “ทูตวัฒนธรรมเยาวชน” รายเขต

   •   สนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่และกลุ่มสร้างสรรค์ในพื้นที่

 

3.เศรษฐกิจฐานวัฒนธรรม (Cultural Economy)

   •   ยกระดับตลาดพิมาน และพื้นที่เรียนรู้วัฒนธรรมให้เป็นแหล่งแสดงสินค้ามรดกภูมิปัญญา

   •   ส่งเสริมงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ศิลปะพื้นเมือง และสินค้าวัฒนธรรมให้เข้าสู่ตลาดเมืองหลวง

   •   สร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อสนับสนุนงานวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

 

4.งานวัฒนธรรมโปร่งใส–มีส่วนร่วม (Transparent & Participatory Culture)

   •   ทุกกิจกรรมต้องโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลและงบประมาณ

   •   ประชาชนต้องเข้าถึงการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง

   •   เปิดให้ทุกเขตและเครือข่ายเสนอแผนงานของตนเข้าสู่การพิจารณาตลอดปี

 

นายพลภูมิ ทิ้งท้ายว่า การทำงานด้านวัฒนธรรมจะสำเร็จได้ ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน ศิลปิน และประชาชน พร้อมย้ำว่า
 

“สภาวัฒนธรรมกทม.จะเป็นพื้นที่กลางของความร่วมมือทุกความเห็น ทุกข้อเสนอ คือพลังสำคัญ เราจะเดินหน้าร่วมกัน สร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองวัฒนธรรมที่มีชีวิต และภาคภูมิใจของคนกรุงเทพฯ ทุกคน"