svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

"สุชัชวีร์" ลั่นหลังเลือกตั้ง พร้อมผสมกับทุกสี ทำงานกับทุกพรรค

07 พ.ย. 2568

"สุชัชวีร์" ลั่นหลังเลือกตั้ง พร้อมผสมกับทุกสี ทำงานกับทุกพรรค ไม่วางเป้าหมายจำนวน สส.แต่ขอให้ได้มากที่สุด

7 พฤศจิกายน 2568 ที่พรรคไทยก้าวใหม่ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวถึงการส่งผู้สมัคร สส.ในการเลือกตั้งที่จะมาถึงว่า ตั้งใจส่งทุกภาค เพราะตอนนี้มีผู้ที่มีคุณสมบัติมาสมัคร จากทุกภาคของประเทศไทย และเป็นพรรคการเมือง ที่ต้องเปิดรับทุกภาคส่วน ซึ่งตนจะสัมภาษณ์ผู้สมัครด้วยตัวเองในทุกพื้นที่ เพราะตั้งใจจะได้คนที่มีอุดมการณ์มาทำงานการเมืองกับพรรคจริงๆ ส่วนจะส่งครบทั้ง 400 เขตหรือไม่ ต้องดูก่อนเพราะไม่ได้เน้นปริมาณ แต่เน้นคุณภาพ ส่วนเป้าหมาย สส.ไม่ได้วางไว้ แต่ต้องการให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง และทำงานให้ประเทศได้ จะได้เท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนที่ให้โอกาส

เมื่อถามถึง นโยบายของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่า ต้องการได้เรียนหนังสือ แต่รัฐบาลไม่ได้ดูแลอย่างมีคุณภาพ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งที่ลูกหลานของเขาอยากเรียนถึงระดับมหาวิทยาลัย ดังนั้นถือเป็นคำมั่นสัญญาว่า พรรคไทยก้าวใหม่ จะมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลง และสร้างความเท่าเทียม โดยเริ่มต้นจากการให้การศึกษาที่มีคุณภาพ เนื่องจากปัจจุบันการศึกษาฟรี แต่ไม่มีคุณภาพ ก็ไม่มีความหมายใดๆ ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ก็ต้องเป็นหัวหน้าพรรค เพราะหัวหน้าพรรคต้องมีความพร้อม 

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่

เมื่อถามว่า การจับมือกับขั้วการเมือง นายสุชัชวีร์ ขึงขังขึ้นมาทันที ว่า
 

20 ปีที่ผ่านมา ไม่เบื่อหรือกับขั้วการเมือง ดังนั้น พรรคไทยก้าวใหม่ชัดเจนว่า มาทำงานร่วมกับทุกพรรค เพื่อสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงร่วมกัน มิเช่นนั้นก็จะอยู่กันแบบเดิมต่อไป
 

ทั้งนี้ นายสุชัชวีร์ ยังยืนยันว่า พรรคไทยก้าวใหม่จะเป็นสถาบันทางการเมือง ไม่ใช่พรรคชั่วคราวหรือฉาบฉวยแค่การเลือกตั้งครั้งนี้ แต่จะเป็นพรรคการเมืองที่พร้อมรับทุกคนที่จะเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ 

"สุชัชวีร์" ลั่นหลังเลือกตั้ง พร้อมผสมกับทุกสี ทำงานกับทุกพรรค

 

"ดร.เอ้" เปิดที่ทำการพรรคไทยก้าวใหม่ ย้ำนโยบายธนู 4 ดอก เริ่มต้นที่การศึกษา สร้างเศรษฐกิจใหม่ ยกระดับคุณภาพชีวิต  อ้อนขอคะแนนเสียง ขอไทยก้าวใหม่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง 
 

ขณะที่วันนี้ นายสุชัชวีร์ นำคณะเปิดที่ทำการพรรค โดยมีการทำพิธีทำบุญในตอนเช้า และนิมนต์สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) วัดไตรมิตรวิทยาราม ร่วมเปิดพรรคด้วย นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า การเปิดที่ทำการพรรคใน วันนี้เสมือนเป็นการขึ้นบ้านใหม่ เปิดหัวใจ เปิดความหวัง และเปิดพลังของคนรุ่นใหม่ เพื่อเริ่ม "ก้าวใหม่ของประเทศไทย" ซึ่งพรรคไทยก้าวใหม่เชื่อว่า การเมืองไทยแบบใหม่ต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง และหันมาร่วมมือกันสร้างการเปลี่ยนแปลง ด้วยอุดมการณ์ ความกล้าหาญ พลังของความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของทุกคน
 

"นับตั้งแต่เปิดตัวพรรคไทยก้าวใหม่เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ทีมงานทุกฝ่ายได้ทำงานกันอย่างเข้มข้น รวมทั้งมีการเปิดสาขาพรรคและแต่งตั้งตัวแทนประจำจังหวัด เพื่อคัดสรรบุคลากรคุณภาพที่มีอุดมการณ์เดียวกันมาสร้างการเมืองใหม่ เพื่อพลิกโฉมประเทศให้เข้มแข็ง ผ่านนโยบายเรือธง "ธนู 4 ดอก ได้แก่ การปฏิรูปการศึกษา การสร้างเศรษฐกิจใหม่ด้วยเทคโนโลยี การยกระดับคุณภาพชีวิต และการสร้างค่านิยมใหม่เพื่อปราบทุจริต" นายสุชัชวีร์กล่าว
 

นายสุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า ทุกพรรคมีดี มีคนดี แต่เรามีแนวทางที่ชัดเจนว่า การก่อตั้งพรรคไทยก้าวใหม่ เพื่อมาทำงานแก้ปัญหาของประเทศ ที่ตอนนี้ไม่มีใครตั้งใจจะทำ เพราะหากไม่แก้ปัญหาที่รากฐาน และแก้ปัญหาฉาบฉวยไม่ได้อีกต่อไป เรามาเพื่อทำ ไม่ได้มาเพื่อที่จะพูด เรามีทางออกวิธีแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน นี่คือ ความตั้งใจไม่ได้เข้ามาเพื่อเพิ่มความขัดแย้ง และพร้อมร่วมมือกับทุกพรรคที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศนี้จริงๆ

"เราตั้งใจสร้างนักการเมืองคุณภาพ ที่มีอุดมการณ์ร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศ เริ่มต้นด้วยการศึกษา สร้างคุณภาพชีวิตใหม่จัดการปัญหาคอร์รัปชัน จึงต้องขอคะแนน ย้ำทุกคะแนนถ้าเลือกได้ผม ถ้าเลือกเรา ได้คนไปดูแลท่าน อนาคตลูกหลานของท่าน ทุกคะแนนของท่านคือคะแนนที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงของไทยที่จะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนไม่ใช่การแก้ปัญหาฉาบฉวย ไม่ได้มาเพื่อขอกำลังใจ แต่นี่คือเดิมพันชีวิตของเราทุกคน ดังนั้น ขอทุกคะแนนเสียงให้พรรคไทยก้าวใหม่เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง" นายสุชัชวีร์กล่าว

"สุชัชวีร์" ลั่นหลังเลือกตั้ง พร้อมผสมกับทุกสี ทำงานกับทุกพรรค

 

ข่าวข้น คนข่าว

“พิเศษ - พิสดาร” รัฐบาลอนุทิน 2.0 | ข่าวข้นคนข่าว | 31 มี.ค. 69 | PART 1

รม.อนุทิน 2.0 ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เรียบร้อยแล้ว ยังมีกระบวนการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน และแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จากนั้นก็จะมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน 

รายชื่อ ครม.มี 35 คน ไม่ถึงเกณฑ์จำนวนสูงสุดตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ 36 คน รวมนายกฯ 

นัยหนึ่ง อาจมองได้ว่า มีปัญหาการจัดสรรเก้าอี้ไม่ลงตัว จากเงื่อนไขโควตาจำนวน สส. 8:1 หรือ 9:1 หากตัดสินใจให้ตำแหน่งกับกลุ่มก๊วน หรือหัวหน้าพรรคใด อาจทำให้กลุ่มก๊วนที่พลาดหวัง ไม่พอใจ และก่อหวอด ก่อปัญหาขึ้นมา