กิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นต้นแบบของการบูรณาการระหว่างหน่วยงานรัฐกับชุมชน เพื่อสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์และต่อยอดสินค้าท้องถิ่น ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม สามารถแข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้กลยุทธ์ “ให้ทักษะใหม่” เสริมสร้างความเข้มแข็ง ของเศรษฐกิจฐานรากในชุมชนผ่านการสร้างทักษะอาชีพ ถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกปฏิบัติจริง โดยมุ่งเน้น การพัฒนาทักษะของประชาชนตามบริบทของศักยภาพอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่ให้สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอด ในการสร้างอาชีพ ด้วยการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเพิ่มมูลค่าสามารถสร้างรายได้ให้ตนเอง และครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการชุมชน ผู้ผลิตสินค้า OTOP สมาชิกวิสาหกิจชุมชน ทายาทวิสาหกิจ กลุ่มเกษตรกร หรือประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจ เพื่อให้ชุมชนมีรายได้ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะเป็นกลไกหลักในการผลักดันชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่” นายธนกรกล่าว
สำหรับกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดสงขลา ได้จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ในหลักสูตร “การทำเค้กกล้วยหอมและโดนัทแฟนซี” มีผู้เข้าอบรม จำนวน 300 คน โดยเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติจริง ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การคำนวณต้นทุน ตลอดจนถึงเทคนิคการเลือกบรรจุภัณฑ์ นอกจากได้เรียนรู้ ทักษะใหม่แล้ว ยังเปิดมุมมองในการประกอบอาชีพเสริมด้วยการนำวัตถุดิบ ในท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่าด้วยภูมิปัญญาและวัฒนธรรมในท้องถิ่นมาเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร
ขณะเดียวกัน ยังมีการนำผู้ประกอบการต้นแบบที่ประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจมาร่วมโชว์เคส รวมทั้งมีการอำนวยความสะดวก ในการให้บริการของศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรมดีพร้อม (Business Service Center: BSC) เพื่อให้คำปรึกษา แนะนำและวิเคราะห์ปัญหาการประกอบธุรกิจเบื้องต้น และศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม (Industrial Information Center: ITC) ที่ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมการใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรการผลิต เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถต่อยอดสู่อาชีพเสริม หรือสร้างธุรกิจขนาดเล็กได้จริง หน่วยงานเครือข่าย ได้แก่ สถาบันอาหาร สสว. ที่มาร่วมออกบูธให้บริการประชาชน สถาบันการเงิน SMEs D Bank และธนาคารกรุงไทย จำกัด ที่มาร่วมออกบูธให้บริการประชาชน “คนละครึ่งพลัส”
“ดีพร้อมจะเดินหน้าสานต่อโครงการลักษณะนี้ในทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้มีอาชีพ มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง”
นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ยังพร้อมผลักดันชุมชนผ่านการ “ให้โอกาส” พร้อม “สนับสนุนแหล่งเงินทุน” เสริมสภาพคล่องด้วยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำผ่านสินเชื่อดีพร้อมเปย์ (DIPROM Pay) เพื่อช่วยให้วิสาหกิจไทยสามารถเข้าถึง แหล่งเงินทุนตามศักยภาพของผู้ประกอบการและธุรกิจ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท และนี่คืออีกความท้าทายหนึ่ง ของกระทรวงอุตสาหกรรมในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน สร้างเศรษฐกิจฐานรากอย่างมั่นคงและยั่งยืน รวมถึงกระตุ้นให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่ในระบบเศรษฐกิจของประเทศ และเชื่อมั่นว่าโครงการนี้ จะเป็นแนวทาง ในการสร้างส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาวเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ อย่างดี รมว.ธนกร กล่าวทิ้งท้าย