ทั้งนี้ กมธ.บางรายได้ตั้งข้อสังเกตว่า การที่องค์การค้าของ สกสค.ไม่ชำระค่าลิขสิทธิ์หลักสูตรหรือสื่อการเรียนรู้ให้แก่ สพฐ.ตามที่กำหนดในแต่ละปีนั้น ถือว่าไม่เป็นธรรมต่อหน่วยงานอื่นๆ ทั้งรัฐและเอกชนที่ผลิตและจำหน่ายหนังสือแบบเรียนเล่มที่ซ้ำกับองค์การค้าของ สกสค. แต่ชำระค่าลิขสิทธิ์หลักสูตรหรือสื่อการเรียนรู้ให้แก่ สพฐ.ตามกำหนดทุกปี ส่งผลให้องค์การค้าของ สกสค.มีต้นทุนการผลิตหนังสือแบบเรียนที่ต่ำกว่า
จึงเสนอให้เชิญ กรมบัญชีกลาง มาสอบถามว่า การที่ สพฐ.ไม่ทวงถามหนี้ชำระค่าลิขสิทธิ์หลักสูตรจาก องค์การค้าของ สกสค. รวมถึงการที่องค์การค้าของ สกสค.ค้างชำระค่าลิขสิทธิ์มาเป็นเวลาเกือบ 10 ปีเข้าข่ายมีความผิด หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่อย่างไร รวมถึงอาจเข้าข่ายพฤติกรรมทุจริตด้วย
รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมวันนี้ ทางผู้แทน สพฐ.ไม่ได้เตรียมเอกสารต่างๆ ที่อ้างอิงมาประกอบการชี้แจง โดยระบุว่า เพิ่งได้รับมอบหมายเลขาธิการ กพฐ.ให้มาชี้แจงต่อ กมธ.ป.ป.ช.อย่างกะทันหัน ทางที่ประชุม กมธ.ป.ป.ช. จึงได้ขอให้ทาง สพฐ.นำส่งเอกสารต่างๆ ให้ กมธ.ป.ป.ช.โดยเร็ว และจะเชิญ เลขาธิการ กพฐ.มาชี้แจงในประเด็นนี้อีกครั้ง พร้อมทั้งเชิญ อธิบดีกรมบัญชีกลาง มาให้ข้อมูลประกอบในการประชุม กมธ.ป.ป.ช.ในวันที่ 22 ต.ค.2568 ด้วย
อึ้ง!! องค์การค้า สกสค.หนี้พุ่งกว่า 6,000 ล. บอร์ด.สกสค.อนุมัติงบฯ 3,000 ล.ให้บริหารจัดการ สั่งทำแผนจัดการหนี้
มีรายงานว่า วานนี้ (15 ต.ค.) ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ได้เผยถึงผลการประชุม บอร์ด สกสค.และคณะกรรมการองค์การค้า สกสค.ว่า บอร์ด สกสค.ได้อนุมัติกรอบงบประมาณของ สกสค.ปี 2569 ในวงเงินกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งจำนวนนี้มีงบฯ องค์การค้า สกสค.รวมอยู่ด้วย
นอกจากนี้ที่ประชุมยังมอบหมายให้องค์การค้า สกสค.ไปทำแผนปรับโครงสร้างหนี้ รายงานให้ที่ประชุมทราบทุกครั้ง ว่ามีความคืบในการบริหารจัดการหนี้อย่างไรบ้าง เพราะขณะนี้ องค์การค้า สกสค.มีหนี้สินค่อนข้างสูงมากถึง 6,000 กว่าล้านบาท ไม่รู้ว่าหนี้จะลดลงเมื่อไหร่ จะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมืออาชีพมาให้คำแนะนำ ส่วนเรื่องการพิมพ์หนังสือแบบเรียนที่องค์การค้าฯ เคยได้ลิขสิทธิ์พิมพ์หนังสือเรียนนั้น เรื่องนี้ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานก็ถามอยู่ สัปดาห์หน้าองค์การค้าฯ จะเสนอแผนการพิมพ์มาเข้าที่ประชุม เพื่อเตรียมการได้ทันก่อนเปิดภาคเรียน
สส.ปชน.ซัด องค์การค้าของ สกสค.ใช้งบปลวกกินหนังสือ-องค์กรเสือนอนกิน?
สำหรับองค์การค้าของ สกสค. เป็นหน่วยงานในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ซึ่งเป็น “นิติบุคคลในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ” มีหน้าที่ผลิตและจำหน่ายหนังสือ สื่อการเรียนการสอน และอุปกรณ์การเรียน โดยซื้อลิขสิทธิ์จาก สพฐ. เดิมใช้ชื่อ “องค์การค้าของคุรุสภา” หลายปีมานี้ การพิมพ์หนังสือแบบเรียนขององค์การค้า สกสค. มีการจัดประกวดราคาปีละราวๆ 1,000 ล้านบาท แต่มีปัญหาเรื่องการตั้งเงื่อนไขการประมูล หรือ ทีโออาร์ ทำให้ถูกเอกชนบางรายฟ้องศาลปกครอง และร้องเรียนไปยังกรมบัญชีกลางว่า ทีโออาร์ที่ออกมามีลักษณะกีดกัน ไม่เป็นธรรม และขัดต่อระเบียบกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ซึ่งปรากฏว่า องค์การค้าของ สกสค. ถูกกรมบัญชีกลางวินิจฉัยว่า ออกทีโออาร์ขัดต่อกฎหมายถึง 7 ครั้ง จนต้องยกเลิกการประกวดราคา หรือประกาศผู้ชนะการประกวดราคาหนังสือแบบเรียนไปหลายรายการ ทำให้บางปีไม่สามารถจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนบางสาขาวิชาได้ทัน
นอกจากนี้ ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ช่วงที่ผ่านมา สส.ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.ของพรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงการจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียน ขององค์การค้าของ สกสค. ที่มีปัญหามาต่อเนื่องหลายปี และมีลักษณะเป็น “องค์กรเสือนอนกิน” เพราะไม่ได้ซื้อลิขสิทธิ์ไปจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนเอง แต่ไปเปิดประมูลให้โรงพิมพ์เอกชนพิมพ์แทน แล้วนำไปตั้งราคาปกจำหน่ายในราคาสูง แต่ก็ไม่ได้จำหน่ายเอง ไปมอบให้มีผู้จัดจำหน่ายแทน และมีส่วนแบ่งรายได้จากราคาปก ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองต้องซื้อหนังสือแบบเรียนแพงเกินจริง หรือเรียกว่า "งบปลวกกินหนังสือ"
ขณะที่หนังสือเรียนส่วนใหญ่ ก็เป็นหนังสือที่โรงเรียนในสังกัด สพฐ.ต้องจัดซื้ออยู่แล้ว ซึ่งก็เป็นการนำงบประมาณของรัฐมาจัดซื้อหนังสือแบบเรียนในราคาแพงนั่นเอง โดยมีการอ้างอิงตัวเลขงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการในส่วนนี้ว่า มีถึงราวๆ ปีละ 5,000 ล้านบาท ซึ่งหากกระทรวงศึกษาธิการ หรือ สพฐ.สามารถจ้างโรงพิมพ์เอกชนพิมพ์ได้เอง และจัดส่งไปยังโรงเรียนต่างๆ เอง จะทำให้ประหยัดงบประมาณได้อีกมหาศาล ถึงขนาดมีการตั้งคำถามทำนองว่า องค์การค้าของ สกสค.มีไว้ทำไม เพราะเป็นเพียงแค่ตัวกลางในการเปิดประกวดราคาจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียน และเป็นตัวกลางให้เอกชนอีกกลุ่มหนึ่งนำไปจำหน่าย แต่ผลประกอบการของหน่วยงานเองกลับขาดทุน มีหนี้สินสะสมหลายพันล้านบาท