นายธนวัฒน์ กล่าวต่อว่า พวกเราจึงเสนอข้อร้องเรียนต่อประธานกมธ.ฯ เพื่อกรุณาพิจารณาดำเนินการ ดังนี้ 1. ตรวจสอบการดำเนินงานของ กกต. ที่มีความล่าช้าเกินกรอบระยะเวลาที่ระเบียบของ กกต. กำหนดไว้ 1 ปี (ปัจจุบันล่วงเลยมาเป็นเวลา 2 เดือน แล้วโดยนับจากการประกาศรับรองผลเลือกตั้งสว. 69 เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 67 ) และ 2. ตรวจสอบการดำเนินงานของอนุกรรมการวินิจฉัย (ตามระเบียบของ กกต. อาจแต่งตั้งหรือไม่ก็ได้) ที่มีแนวโน้มจะยื้อเวลา และแก้ไขสำนวนคดีของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 โดยอ้างกรอบเวลาตามกฎหมาย เพื่อช่วยเหลือผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งจะส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายเรื่องความเที่ยงธรรม สุจริต และโปร่งใส อย่างไรก็ตาม สัปดาห์หน้าจะเข้าไปปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอเข้าพบปรึกษาหารือแนวทางในการทำคดีต่อไปอย่างไรว่าจะจบแบบไหน
“ทางกลุ่ม สว. สำรอง มีความห่วงกังวล และขอให้รัฐบาลของนายอนุทิน ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญมาตรา 68 ที่รัฐพึงคุ้มครองระบบยุติธรรมอย่างเคร่งครัด มิให้ถูกแทรกแชง
เนื่องจากปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะเข้ามาดำเนินการแทรกแซงทั้งในสำนวนคดีโกงฮั้วเลือก สว. ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กกต. และคดีอั้งยี่และฟอกเงิน ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เช่น
มีการติดต่อให้พยานสำคัญมากลับคำให้การ รวมทั้งการสอบปากคำพยานบางรายเพื่อหักล้างพยานปากอื่น หรืองดเว้นการสอบปากคำพยานสำคัญบางปาก เพื่อเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นในคดี เป็นต้น“ นายธนวัฒน์ กล่าว