ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า"ความสูงวัยไม่ใช่การนับถอยหลังสู่ความเสื่อมถอย แต่คือเสียงเรียกจากภายในให้เราเติบโตขึ้น ลึกซึ้งขึ้น และเต็มใจส่งต่อสิ่งดีงาม" นั่นคือแนวคิดจุดเริ่มต้นของการชวนให้โลกร่วมกันออกแบบ "การสร้างชาติในโลกที่เต็มด้วยผู้สูงวัย" ใหม่ทั้งหมด—ไม่ใช่เพียงเพื่อปรับตัว แต่เพื่อพลิกระบบจากตัวเลขประชากร สู่การปรับระบบออกแบบสังคม เมื่อโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่คนอายุ 65 ปีขึ้นไปจะมีมากกว่า 1.6 พันล้านคนภายในปี 2593 โดยประเทศไทยเองกำลังจะกลายเป็น “ประเทศสูงวัยระดับสุดยอด” (super-aged society) ที่มีผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ 30 ของประชากรทั้งหมดภายในอีกไม่กี่ปี
สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่ใช่ตัวเลข แต่คือระบบที่ยังคงแยกส่วน แก้ปัญหาแบบเฉพาะจุด และมองผู้สูงวัยเป็น “ภาระ” มากกว่า “ทุนทางสังคม” ดร.แดน จึงเสนอให้หยุดออกแบบสังคมแยกวัย แต่หันมาสร้างระบบที่ยืดหยุ่น บูรณาการ และให้ทุกวัยอยู่ร่วมกันอย่างมีคุณค่า ผ่านแนวคิด Longevity-Centred Nation-Building หรือ "การสร้างชาติบนฐานชีวิตที่ยืนยาว" ซึ่งไม่ได้หมายถึงการเพิ่มสวัสดิการ การขยายอายุการทำงานหรือการเกษียณ แต่คือการสร้างชาติที่ต้องออกแบบใหม่และปรับเปลี่ยนทั้งมิติคน ระบบ บริบท ผ่าน 3 เสาหลักอย่างเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เพื่อให้ทุกช่วงวัยอยู่ร่วมกันอย่างมีส่วนร่วม มีศักดิ์ศรี และมีคุณค่า โดย “ต้องอาศัยอุดมการณ์การสร้างชาติที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าให้ประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้งก่อน (nation-first) ไม่ใช่ วัยหนึ่งวัยใดก่อน” ดร.แดนกล่าว
ทั้งนี้ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ มีข้อเสนอแนะเชิงระบบด้วยว่า การออกพันธบัตรพิเศษ Global Elder Dividend Bond (GEDB) ที่เปิดให้ประเทศต่าง ๆ ลงทุนในศักยภาพของผู้สูงวัย ทั้งด้านทักษะ เทคโนโลยี หรือโครงการชุมชนร่วมวัย อันเป็นพันธบัตรพิเศษระดับโลกที่ลงทุนในโครงการพัฒนา "ทุนผู้สูงวัย" (Elder Capital) อย่างยั่งยืน และสามารถซื้อขายได้ในตลาดรอง พร้อมกลไก ESG ระดับสูง พร้อมกันนี้ยังเสนอการให้มี The Intergenerational Constitution Clause (ICC) นั่นคือ รัฐธรรมนูญของทุกประเทศควรมี “หมวดว่าด้วยความเป็นธรรมระหว่างรุ่น” (Intergenerational Equity) เพื่อปกป้องสิทธิของคนในอนาคตจากการออกนโยบายระยะสั้นของรัฐบาลปัจจุบันโดยกำหนดให้ทุกกฎหมายหรือนโยบายขนาดใหญ่ต้องผ่าน Future Impact Audit ต่ออนาคต
เช่น การกู้เงินจำนวนมาก, การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ, การตัดสวัสดิการผู้สูงอายุ ฯลฯ รวมถึงส่งเสริมให้ระบบนิติบัญญัติพิจารณา “ผลต่ออนาคต” อย่างเป็นรูปธรรมและมีความรับผิดรับชอบ นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการจัดตั้งกระทรวงแห่งความยืนยาวของชีวิต (Ministry of Longevity) และการใช้ AI วางแผนชีวิตแบบข้ามวัย เพื่อให้ผู้สูงวัยมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม การเมืองได้อย่างเต็มที่
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ได้เสนอยุทธศาสตร์ 10 ประการ ที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการเพื่อรองรับโลกที่เต็มไปด้วยผู้สูงอายุ ภายใต้แนวคิด CLEAR CIRCLE เช่น การออกกฎหมายรับประกันบำนาญขั้นต่ำ, การตั้งสภาประสานระบบบำนาญแห่งชาติ, การปฏิรูประบบดูแลผู้สูงวัยในระดับท้องถิ่น ไปจนถึงการรณรงค์ภาพลักษณ์ “ageing = asset” ผ่านสื่อและการศึกษา เป็นต้น
“การประชุมใหญ่นานาชาติ ICNWP 2025 ไม่ใช่เพียงเวทีประชุมวิชาการเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยนักคิด นักสร้าง และนักเปลี่ยนโลกจากทั่วทุกมุมโลก จึงนับเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของการเขียนพิมพ์เขียวแห่งการสร้างชาติในโลกที่เต็มไปด้วยผู้สูงวัย...ไม่ใช่เพื่อใครบางคน ไม่ใช่เพื่อช่วงเวลาหนึ่ง แต่เพื่อ “ทุกเจเนอเรชันที่กำลังจะมาถึง” ให้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี และไม่มีใครถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลัง”ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวสรุป
สำหรับการประชุมนานาชาติว่าด้วยการสร้างชาติ (ICNB) ประจำปี 2568 เป็นมากกว่าการประชุมเชิงวิชาการทั่วไป หากแต่เป็นเวทีระดับโลกที่เปิดโอกาสให้ประเทศต่าง ๆ ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ และประสบการณ์เชิงนโยบายในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางประชากร เพื่อร่วมกันสร้างแนวทางในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในบริบทของโลกที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย
โดยการประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิด วิเคราะห์นโยบายเชิงนวัตกรรม และพัฒนากลยุทธ์ที่ส่งเสริมประชากรสูงวัยให้สามารถมีบทบาทในการขับเคลื่อนความเจริญก้าวหน้าของประเทศต่อไปอย่างมีศักยภาพ การส่งเสริมการสนทนาแบบบูรณาการและความร่วมมือในระดับนานาชาติจึงถือเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่แห่งการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ความเป็นธรรมทางสังคม และการพัฒนาในระยะยาว