1. Audemars Piguet Royal Oak Offshore Grand Complication 26582CE
เป็นสุดยอดการรวมฟังก์ชันที่ซับซ้อนที่สุด โดยตัวเรือนทั้งหมดทำจาก เซรามิกสีดำ รวมถึงปุ่มกด, เม็ดมะยม, ตัวครอบปุ่มกด และตัวเรือน นาฬิกาขนาด 44 มม. เรือนนี้มาพร้อมกับความสามารถพิเศษที่เหนือกว่าศักยภาพของกลไกอัตโนมัติแบบดั้งเดิม โดยรวบรวมฟังก์ชันซับซ้อนที่ประณีตที่สุดอย่าง ระบบบอกเวลาด้วยเสียง (minute repeater), โครโนกราฟจับเวลาแบบเข็มแยก (split-second chronograph), และปฏิทินถาวร (perpetual calendar) เข้าไว้ด้วยกัน
ราคา 1,000,000 ยูเอสดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยราว 32,780,000 บาท (ณ ปัจจุบัน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ
32.78 บาท)
2. Vacheron Constantin Les Cabinotiers Grand Complication Phoenix
หน้าปัดนาฬิกาทั้งสองด้านแสดงฟังก์ชันที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ปฏิทินถาวร (perpetual calendar), กลไกสมการเวลา (equation of time), การแสดงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตก, แผนที่ดาว (sky chart), ฤดูกาล, จักรราศี, ข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์, เวลากลางวันและกลางคืน, อายุดวงจันทร์และข้างขึ้นข้างแรม, อายุดวงจันทร์และข้างขึ้นข้างแรม, เวลากลางวันและกลางคืน, เวลาระบบดาราคติ (sidereal hours and minutes) และ พลังงานสำรอง ทั้งหมดนี้ล้วนสร้างความสง่างามและศักดิ์ศรีให้กับนาฬิกา ยิ่งไปกว่านั้น ยังมี กลไกบอกเวลาด้วยเสียง (minute repeater) และตูร์บิญอง (tourbillon) ที่เข้ามาเติมเต็มรายการฟังก์ชันอันยอดเยี่ยมนี้ ช่างทำนาฬิกาจากแผนก Les Cabinotiers ประสบความสำเร็จในการจัดวางฟังก์ชันทั้งหมดนี้ลงในพื้นที่จำกัดของตัวเรือน ด้วยการย่อส่วนประกอบทุกชิ้นให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะที่ยังคงรักษาความน่าเชื่อถือไว้อย่างครบถ้วน
ตัวเลขและเข็มนาฬิกาโดดเด่นชัดเจนบนพื้นผิวสีเทาเข้มของหน้าปัดทั้งสองด้าน ซึ่งรับกับตัวเรือนทองชมพูได้อย่างงดงาม การจัดวางหน้าปัดย่อยและฟังก์ชันบอกเวลาต่างๆ ยังช่วยให้มั่นใจได้ถึงการอ่านค่าที่ชัดเจนของนาฬิกาที่ซับซ้อนเรือนนี้
ราคา 3,000,000-4,000,000 ยูเอสดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยราว 98,340,000-131,120,000 บาท (ณ ปัจจุบัน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ
32.78 บาท)
3. Richard Mille RM57-05 Tourbillon Eagle 'Russia'
นาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่มีเพียง 5 เรือน เท่านั้น ผลิตขึ้นเป็นพิเศษสำหรับบูติก Richard Mille ในรัสเซีย ตัวเรือนที่ทำจากเซรามิกสีดำ ให้ความรู้สึกที่โดดเด่นและมีมิติที่ลึกซึ้ง ซึ่งขับให้นกอินทรีที่ทำจากทองคำแดง 18K เปล่งประกายออกมาอย่างงดงาม
ราคา 1,200,000 ยูเอสดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยราว 39,336,000 บาท (ณ ปัจจุบัน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ
32.78 บาท)
4. Richard Mille RM57-03 Tourbillon Sapphire Dragon
นับเป็นอีกหนึ่งเรือนที่เรามักจะเห็น สมเด็จฮุนเซน สวมนาฬิการุ่นนี้เสมอ และยังเป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นเพียง 55 เรือน และมีวางจำหน่ายเฉพาะที่บูติก Richard Mille ในทวีปเอเชียเท่านั้น
ราคา 950,000 ยูเอสดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยราว 31,141,000 บาท (ณ ปัจจุบัน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ
32.78 บาท)
5. Patek Philippe Sky Moon Tourbillon 6002
นาฬิกาเรือนนี้มีกลไกซับซ้อนถึง 13 ฟังก์ชัน และมี หน้าปัด 2 ด้าน ทั้งสองด้านมีฟังก์ชันบอกเวลาด้วยเสียง (minute repeater) พร้อมฆ้อง Cathedral Gongs สองชุด และตูร์บิญอง (tourbillon) ส่วนหน้าปัดด้านหน้าจะแสดงเวลามาตรฐานและมีฟังก์ชันปฏิทินถาวร (perpetual calendar) พร้อมวันที่แบบย้อนกลับ (retrograde date) และการแสดงข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์
หน้าปัดด้านหลังถูกออกแบบมาสำหรับฟังก์ชันทางดาราศาสตร์ โดยแสดงแผนที่ท้องฟ้าซีกโลกเหนือ, เวลาดาราคติ (sidereal time), และการเคลื่อนที่เชิงมุมกับข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์
ราคา 1,200,000 ยูเอสดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยราว 39,336,000 บาท (ณ ปัจจุบัน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ
32.78 บาท)
6. Patek Philippe Grand Complications Grande Sonnerie 6301P
ปี 2020 Patek Philippe ได้เปิดตัวนาฬิกา Patek Philippe Grand Complications Grande Sonnerie 6301P ถือเป็นผลงานชิ้นเอกด้านกลไกที่เน้นฟังก์ชันเสียงโดยเฉพาะ และแตกต่างจากรุ่น Grandmaster Chime ที่มีฟังก์ชันซับซ้อนหลากหลาย นาฬิการุ่นนี้จะบอกเวลาด้วยเสียง (strikes the time) ตลอดเวลาที่เข็มนาฬิกาเดินผ่านไป (en passant) นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่เป็น carillon ซึ่งจะตีบอกเวลาด้วย ฆ้องและค้อนสามคู่ แทนที่จะเป็นเพียงสองคู่ตามปกติ
ราคา 4,000,000 ยูเอสดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยราว 131,120,000 บาท (ณ ปัจจุบัน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.78 บาท)
7. Patek Philippe Grandmaster Chime 5175
ตัวเรือนทองแดงเป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่มีเพียง 7 เรือนเท่านั้น เปิดตัวเมื่อช่วงปลายปี 2014 Grandmaster Chime ใช้เวลาพัฒนาถึง 8 ปี และบรรจุกลไกซับซ้อน (complications) ถึง 20 ฟังก์ชันในชิ้นส่วน 1,366 ชิ้น สองในฟังก์ชันเหล่านี้เป็นครั้งแรกของโลกเลยทีเดียว ตัวเรือนขนาด 47 มม. เพียงอย่างเดียวใช้เวลาพัฒนา 4 ปี และมีส่วนประกอบย่อยถึง 214 ชิ้น ซึ่งมากกว่าชิ้นส่วนในกลไกนาฬิกาส่วนใหญ่เสียอีก นอกจากความประณีตทางเทคนิคแล้ว ตัวเรือนยังเป็นผลงานการแกะสลักด้วยมือที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย
นาฬิกามีหน้าปัดสองด้าน หน้าปัดแรก (เม็ดมะยมชี้ไปทางขวา) เป็นหน้าปัดแสดงเวลา ทำจากทอง 18K พร้อมพื้นผิวสีขาวโอปอล ตรงกลางสลักลายกิโยเช่เป็นวงกลม และมีเข็มหลักสามเข็ม ส่วนหน้าปัดที่สองจะปรากฏขึ้นเมื่อหมุนตัวเรือนทั้งหมดบนข้อต่อ เป็นหน้าปัดปฏิทินที่แสดงหน้าปัดย่อยสี่วงที่ยุบลงไปเล็กน้อย (เดือน, วันที่/ปีอธิกสุรทิน, วัน, และชั่วโมง/นาที) พร้อมหน้าจอแสดงปีแบบสี่หลักอยู่ตรงกลาง
ราคา 2,600,000 ยูเอสดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยราว 85,228,000 บาท (ณ ปัจจุบัน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ
32.78 บาท)
8. Patek Philippe Grandmaster Chime 6300G
ดูเหมือนว่านาฬิกาเรือนนี้จะเป็นเรือนที่แพงที่สุดในคอลเลกชันนาฬิกาของสมเด็จฮุนเซน เลยก็ว่าได้ นาฬิการุ่นนี้ยังเป็นที่รู้จักในฐานะ นาฬิกาที่แพงที่สุด และโค่นแชมป์เก่าอย่าง Rolex Daytona Paul Newman Dial 6239 อันโด่งดังอีกด้วย
ราคา 9,000,000 ยูเอสดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยราว 295,020,000 บาท (ณ ปัจจุบัน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.78 บาท)
หากนับรวมนาฬิกาสุดหรูทั้งหมด 8 เรือน จะพบว่านาฬิกาของสมเด็จฮุนเซน
มีราคารวม 23,950,000 ยูเอสดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยราว 785,081,000 บาท
นอกจากนี้เพจเฟซบุ๊ก "World Rankings & Statistics" ยังโพสต์ ภาพ "ฮุน เซน" พร้อมนาฬิกาหรู ที่ราคาต่ำสุด 725,000 ยูเอสดอลลาร์ และแพงสุด 1,372,299 ยูเอสดอลลาร์
พร้อมระบุข้อความเชิงเหน็บแนมว่า
"Khmer soldiers are paid only 7 baht a day as an allowance."
"ทหารเขมรได้เงินเบี้ยเลี้ยงเพียงวันละ 7 บาท"
อ่านข่าวเก่า : เปิด "เงินเดือนทหารกัมพูชา" เมื่อคิดเป็นเงินบาท ได้เดือนละเท่าไหร่?
ภาพและข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก "I FN love watches's post " และ "World Rankings & Statistics "