เมื่อถามย้ำว่า พรรคต้นสังกัดเดิมเข้าใจเหตุผลใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนให้เกียรติผู้ใหญ่ในพรรค เขาก็ต้องเข้าใจ ตอนปี 2566 เราเป็นแม่น้ำแต่ละสายมารวมกัน วันนี้จะหายไปสายหนึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขา เขาก็ต้องเข้าใจ
เมื่อถามต่อว่ายังหาโอกาสใหม่อยู่ใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า “ก็โอกาสใหม่ๆ”
ส่วนจะไปพรรคกล้าธรรม (กธ.) ใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่ เพราะกับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เป็นพี่ แต่เราไม่ได้คุยเรื่องนี้กัน และเราไม่ได้คิดจะไปอยู่ตรงนั้น แต่ไม่สามารถตัดสินใจได้คนเดียว เพราะมีเพื่อนอยู่อีกประมาณ 20 จังหวัด ก็ต้องพูดคุยกันหาโอกาสใหม่ๆอะไรดีๆ
เมื่อถามอีกว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า เพราะการเมืองย้ายพรรค เพราะเตรียมพร้อมหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่ รัฐธรรมนูญกำหนดอยู่แล้ว สมัยก่อนถ้าเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองก็ปรับเปลี่ยนกันทัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณอะไรเราทำงานให้นายกรัฐมนตรีอย่างเข้มแข็ง แต่อนาคตที่จะไป “ต้องสดใส”
ส่วนบ้านหลังใหม่ ที่เป็นโอกาสใหม่สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า “อาจจะต้องไปแต่งเติมคิ้วให้ดูดี แต่งหน้า ทาปากอีกนิด ส่วนพร้อมกี่เปอร์เซ็นต์แล้วรอตกผลึกอีกนิดกำลังคุยอยู่หลายคน ถ้ามีอะไรดีๆเดี๋ยวผมจะมาบอก“
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์ของนายสุชาติ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะสมาชิกพรรคกล้าธรรม(กธ.) ยืนร่วมรับฟังการสัมภาษณ์อยู่ข้างหลังด้วย และภายหลังจากนายสุชาติให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น นายสุชาติและนายอิทธิ ได้เดินออกจากวงสัมภาษณ์ไปพูดคุยกัน 2 คน