3. สัญญาณที่ประชาชนควรมองให้ขาด
• การเลื่อนวอลเล็ตคือสัญญาณว่า เงินไม่มีพอ หรือ ไม่สามารถกู้เพิ่มได้ในเงื่อนไขที่คุ้มค่า
• การผลัก G-Token คือความพยายาม เร่งเร้าเศรษฐกิจในรูปแบบที่ไม่ต้องขอผ่านสภา
• การเบี่ยงจาก "ของใหญ่" (100,000 ล้าน) ไปสู่ "ของใหม่" (5,000 ล้าน) สะท้อนการขยับพื้นที่การคลังเพื่อให้รัฐบาลดูมีผลงาน
• เครดิตไม่ใช่ "เงิน" และไม่ควรเข้าใจว่า G-Token คือ การเยียวยา
"นี่ไม่ใช่การ "หมดตัว" แต่คือการบริหารท่ามกลางความอึดอัดของนโยบายประชานิยมที่ "ติดดอย" เพราะหาแหล่งเงินใหม่ไม่ได้ และเกรงผลกระทบเชิงการเมืองหากต้องยอมรับว่าโครงการใหญ่ ทำไม่ได้จริง"
และ4. ข้อเสนอจากมุมประโยชน์ชาติ
แทนที่จะเดินหน้ากับโครงการที่ยังไม่มีระบบรองรับ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เสนอว่า รัฐบาลควร ปรับแผนวอลเล็ตให้สอดคล้องกับรายได้จริง ไม่ใช่เพ้อฝันตามนโยบายหาเสียง ขณะเดียวกันควรใช้ G-Token อย่างโปร่งใส มีการประเมินผลกระทบล่วงหน้า (ex-ante impact assessment) มีระบบติดตามผล และควรสร้าง "ภาวะคล่องตัวทางนโยบาย" โดยเปิดเวทีให้สาธารณะเข้ามาตรวจสอบ วางกรอบการใช้เงินอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ รัฐบาลยังไม่ถึงขั้น "ถังแตก" แต่กำลังอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า "ปิดรูรั่วไม่ทันน้ำไหล" หากยังใช้นโยบายแบบกระจายเงินโดยไม่มีฐานรองรับ
"เราอาจไม่ได้เจอแค่ปัญหาเงินไม่พอ แต่จะเจอกับ "วิกฤตศรัทธาทางการคลัง" ซึ่งร้ายแรงกว่าเสียอีก เพราะในที่สุดแล้ว… ประเทศที่ไม่มีเงินยังพอเยียวยาได้ แต่ประเทศที่ประชาชนไม่เชื่อมือรัฐบาลเรื่องเงิน นั่นต่างหากที่วิกฤตของจริง" ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวสรุป