2. การดำเนินการต่อกรณีนี้ เริ่มจากได้รับแจ้งจากประชาชน กอ.รมน.ภาค 3 จึงได้มีการติดตามตรวจสอบ และนำเข้ากระบวนการพิจารณาของหน่วย พบว่ามีพฤติกรรมใช้ความรู้สึกส่วนตัวตีความและกระจายไปยังบุคคลภายนอก อันมีผลกระทบต่อสถาบันฯ จึงได้ทำหนังสือร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยต่อไป ปัจจุบันอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน
3. ข้อกังวลที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นชาวต่างประเทศนั้น ขอย้ำว่า กฎหมายของประเทศนั้นย่อมสามารถใช้บังคับได้กับทุกคนที่อยู่ในประเทศนั้นตามหลักสากล ไม่มีประเทศไหนในโลกจะมีข้อยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายให้กับคนสัญชาติอื่นที่ไม่ใช่สัญชาติตัวเอง ซึ่งหากผู้ถูกแจ้งความคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถใช้ช่องทางของกฎหมายมาดำเนินการกับผู้แจ้งความได้
4. ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการทหารวันนั้น พบว่ามีภาพบรรยากาศที่อาจดูน่ากังวล เพราะมีบางคนใช้คำพูดในลักษณะดูหมิ่น เสียดสี ผู้เข้าร่วมประชุม เช่น “โง่แต่ขยัน ลุแก่อำนาจ ไร้สติปัญญา และขาดทักษะ ภาษาอังกฤษ” จึงขอชี้แจงว่า เนื่องจากรายละเอียดประกอบข้อมูลการฟ้อง อยู่ในระบบของกระบวนการยุติธรรมไปแล้ว การจะเปิดเผยคงทำได้แบบจำกัด ส่วนการโต้แย้งผ่านการประชุมไม่น่าส่งผลต่อรูปคดีจริง เนื้อหาที่นำมายกตัวอย่าง มาพูดโต้แย้งกันในที่ประชุม ก็อาจไม่อยู่ในประเด็นหลักการฟ้องในครั้งนี้ แต่กลับพบว่าถูกนำมาเป็นประเด็นเพื่อใช้เหยียดหยาม ประจาน ด้อยค่าบุคคลและองค์กร อยู่หลายประโยค ทั้งหมดนี้ขอให้ทางองค์กรที่รับผิดชอบ หรือสังคม เป็นผู้พิจารณา