รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า กรณีที่ กมอ.ชุดที่ผ่านๆ มาไม่มีการทบทวนการรับรองมาตรฐานเหล็ก IF ทั้งที่พบปัญหามาตลอด รวมถึงมีกรณีปล่อยปละละเลยการควบคุมมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่นๆ จนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อีกทั้งยังสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรม และระบบเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง เป็นเหตุผลสำคัญที่ในการคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน กมอ.ชุดใหม่ทั้ง 6 รายในครั้งนี้ ปราศจากตัวแทนจาก สมอ. ซึ่งถือเป็นขาประจำของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน กมอ.
จนถูกมองเป็นการสืบทอดอำนาจ เช่น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน กมอ.ชุดก่อน 6 รายที่หมดวาระไปนั้นมีถึง 3 รายที่เป็นอดีตเลขาธิการ สมอ. จึงถูกตั้งข้อสังเกตว่า อาจส่งผลให้การพิจารณาเกี่ยวกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของ กมอ.บางครั้งไม่ได้ใช้ดุลยพินิจประกอบข้อมูลและข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ เนื่องจากเห็นว่าบางเรื่องได้ผ่านการพิจารณาของ กมอ.ชุดก่อนๆ ซึ่งมีอดีตเลขาธิการ สมอ.ที่อาวุโสกว่าร่วมเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน กมอ.พิจารณามาแล้ว หรืออาจเป็นประเด็นความสัมพันธ์ส่วนตัวของบุคลากรที่เติบโตและรับราชการใน สมอ.มาด้วยกันจนเกิดความเกรงใจ
ตลอดจนอาจมีเรื่องผลประโยชน์ต่างๆมาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้กฎหมายและระเบียบของ กมอ.กำหนดให้เลขาธิการ สมอ.คนปัจจุบัน ซึ่งเป็นกรรมการ และเลขานุการ กมอ.โดยตำแหน่ง เป็นผู้เสนอวาระ และข้อมูลประกอบการพิจารณาต่อที่ประชุม กมอ. หากมีอดีตเลขาธิการ หรืออดีตบุคลากรจาก สมอ. เข้าร่วมเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน กมอ.อีก อาจส่งผลให้กรอบความคิดจากบุคลากรที่เติบโตมาจาก สมอ. มีอิทธิพลชี้นำและครอบงำแนวทางการทำงาน และดุลยพินิจในการพิจารณาของที่ประชุม กมอ. จนทำให้การพิจารณาไม่ครอบคลุมครบทุกมิติเหมือนที่ผ่านมา
รายงานข่าวแจ้งถึงประวัติของ 6 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน กมอ. ชุดใหม่ว่า ล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์การทำงานระดับสูงในสายงานของตัวเองทั้งสิ้น โดยน่าสังเกตว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้มีประสบการณ์ด้านงานวิจัยและเทคโนโลยีนวัตกรรมขั้นสูง อันประกอบด้วย
1.รศ.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อดีตปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษาของ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.),
2.ศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต อดีตผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวง อว. ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในหารแข่งขันของประเทศ (บพข.),
3.ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก สาขาเคมีวิเคราะห์ (Analytical Chemistry) ประจำปี 2565 โดย มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา และปีเดียวกันยังได้รับการยกย่องเป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์อีกด้วย,
4.น.ส.พิมพ์นารา จิรานิธิศ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะตัวแทน ส.อ.ท.และตัวแทนผู้ประกอบการเอกชน,
5.ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ กรรมการ และรักษาการผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) กรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)
6.ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล อดีตปลัดกระทรวง อว. ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (กสว.)
รายงานข่าวจาก กระทรวงอุตสาหกรรม ยังแจ้งต่อว่า การเสนอแต่งตั้ง 6 ผู้ทรงคุณวุฒิใน กมอ. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคคลนอกวงการอุตสาหกรรมนั้น ยึดแนวทางการแต่งตั้งชุดปฏิบัติการตรวจการสุดซอย กระทรวงอุตสาหกรรม หรือทีมสุดซอย ที่ยกระดับการทำงานตรวจสอบกำกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมให้มีความเข้มข้นมากขึ้น
ด้วยการทำงานเชิงรุก และเชิงลึกในทุกมิติ จนได้รับเสียงชื่นชม ทั้งจากในรัฐบาลเอง รวมไปถึงประชาชน และพรรคฝ่ายค้าน ทั้งที่โครงสร้างการทำงานของ ทีมสุดซอย ก็ไม่ได้สลับซับซ้อน หรือมีอำนาจพิเศษแต่อย่างใด มีเพียงการมอบหมาย น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงาน รมว.อุตสาหกรรม เป็นหัวหน้าทีมสุดซอย ทำหน้าที่บูรณาการหน่วยงานต่างๆ ภายในกระทรวงอุตสาหกรรม และประสานความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัดอื่น กระชับอำนาจในการตรวจสอบ ยึดอายัด จับกุม ดำเนินคดี และขยายผล ให้เกิดความรวดเร็ว และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
รวมทั้งยังเป็นการแก้ปัญหาที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบอาจจะไม่หลุดจากกรอบความคิดเดิมๆ หรือระบบเก่าๆ รวมถึงไม่มีการประสานความร่วมมือระหว่างกัน ส่งผลให้แต่ละปัญหาหมักหมมเรื้อรังมาเป็นระยะเวลานาน จนบางครั้งผู้รับผิดชอบที่อยู่กับปัญหานั้นๆ เกิดความชาชิน หรือมองเป็นเรื่องปกติ จึงควรเสริมมุมมอง และแนวทางจากภายนอกเข้าไป เพื่อสร้างความแตกต่าง เกิดการแลกเปลี่ยน และปรับกรอบแนวคิด เช่นเดียวกับการเสนอแต่งตั้ง 6 ผู้ทรงคุณวุฒิใน กมอ. ที่หลายรายถือเป็นบุคคลนอกวงการอุตสาหกรรมในครั้งนี้