นายเจษฎ์ ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า ความผิดนี้จะครอบคลุมตั้งแต่ ครม. ชุดของ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และการ กระทำดังกล่าว ยังผลต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แยกเป็น 2 ประเด็นคือ 1.การใช้งบประมาณที่ผิด 2.ได้มีโอกาสเข้าไปใช้งบประมาณ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ส่วน สส. ก็จะเป็น สส.ชุดปัจจุบัน รวมถึง สว. ก็เป็นชุดปัจจุบันด้วยเช่นกัน
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าพยานหลักฐานที่ยื่นไปจะสามารถเอาผิดได้ นายสมชาย กล่าวว่า ข้อมูลนี้เราศึกษากันมา 5 - 6 เดือน แล้วเรามีรายงานการประชุมของคณะกรรมาธิการต่างๆ มีมติคณะรัฐมนตรี ยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ แต่ตนและนายเจษฎ์ ก็เป็นกรรมาธิการใน พ.ร.บ. ป.ป.ช. ซึ่งเห็นแล้วว่าการใช้งบประมาณผิดประเภท เป็นเรื่องผิด และเคยตักเตือนมาแล้วว่าขัดรัฐธรรมนูญ จึงมั่นใจว่าจะสามารถเอาผิดได้ แต่ต้องให้ ป.ป.ช.เป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมาย และคิดว่าเรื่องนี้จะช่วยแก้ปัญหาประเทศเพื่อไม่ให้เสียหายไปมากกว่านี้ เพราะตอนนี้กำลังเข้าสู่การพิจารณางบประมาณปี 2569 และการแจกเงินในดิจิทัลวอลเล็ต ก็จะมีขึ้นอีก ทั้งที่ประเทศกำลังจะล้มละลายอยู่แล้ว จึงหวังว่าจะทำให้เรื่องนี้หยุดและทำให้ถูกต้อง ส่วนที่ทำผิดไปแล้วก็ต้องรับผิด ส่วนมองว่าจะเป็นการล้างไพ่หรือไม่ ตนเองมองว่า คนทำผิดก็ต้องรับผิดแค่นั้น
ทั้งนี้ หาก ป.ป.ช. ไม่ยอมส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ จะขอรอดูก่อนว่าจะทำอย่างไรต่อไป