ผู้สื่อข่าวเลยถามต่อว่าเหมือนคุณพ่อ (ทักษิณ ชินวัตร) มีท่าทีอยากให้ปรับคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ถามกลับสื่อว่า "คุณพ่อให้สัมภาษณ์ว่าอยากปรับคณะรัฐมตรีหรือ" ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับว่า “ท่านไม่ได้ให้สัมภาษณ์ แต่เหมือนมีท่าทีแบบนั้น” นายกรัฐมนตรี จึงกล่าวว่า ตนถามจริงๆ อันนี้ตนไม่ทราบ ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อเรื่องนี้อาจมีความเห็นต่างระหว่างพ่อกับลูกหรือไม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ตอบกลับว่า มันไม่ไปถึงจุดที่ไม่ยอมกันหรอก การเห็นต่างยอมรับว่ามี แต่เห็นด้วยกันก็เยอะ แต่ไม่ไปถึงจุดที่จะมีปัญหากันแน่นอน
“สรวงศ์” วอนสื่อเลิกกระพือข่าวปรับ ครม.
นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวปรับ ครม. ว่า ทำใจให้ร่มๆ ไว้ ทุกอย่างในโลกล้วนอนิจจัง
เมื่อถามว่า เป็นความจริงหรือไม่ที่จะมีการปรับหลายกระทรวง นายสรวงศ์ บอกว่า อย่างที่ นส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พูดไว้
"ข่าวการปรับ ครม. แบบนี้ขอเถอะครับ ในฐานะที่ผมอยู่ตรงนี้ จะโดนปรับหรือไม่โดนปรับ ใครจะโดนหรือไม่โดน มีผลต่อการทำงาน อย่างที่นายกฯ ได้แจ้งว่า ณ ตอนนี้ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ขอให้ทุกคนทำงานปกติ"
ส่วนผลโพลออกมาก็สะท้อนให้เห็นการทำงานของรัฐบาลชัดเจนนั้น นายสรวงศ์ กล่าวว่า อย่างที่นายกฯ พูดว่ารับฟังทุกเสียง ทั้งเสียงของโพล เสียงของประชาชน นายกฯ รับฟังอยู่แล้ว ตนจะต้องให้นายกฯ พิจารณา
เมื่อถามว่า ถ้าอยากให้อายุ ครม. ยืดยาวจนครบวาระ น่าจะมีการปรับหรือไม่ นายสรวงศ์ ย้ำว่า ไม่ทราบ ต้องถามท่านนายกฯ
ส่วนหากปรับ ครม. ขึ้นมาจริงๆ อาจอาจจะมีการสลับกระทรวง พรรคร่วมรัฐบาลจะมีความไม่พอใจหรือไม่ นายสรวงศ์ เผยว่า เป็นอำนาจการตัดสินใจของนายกฯ ในการปรับ ครม. และตนมั่นใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน เพื่อให้การทำงานราบรื่น อย่างที่นายกฯ บอกทุกอย่างยังเหมือนเดิม
สำหรับพรรคเพื่อไทยต้องการที่จะควบคุมกระทรวงใดบ้าง เพราะพรรคอื่นอาจจะทำงานไม่ตอบโจทย์ ไม่เข้าตา นายสรวงศ์ ย้ำว่า ต้องให้นายกฯ เป็นหัวหน้ารัฐบาลดูว่าการทำงานเป็นอย่างไร รัฐมนตรีแต่ละกระทรวง ของแต่ละพรรค ขึ้นอยู่กับนายกฯ เป็นคนพิจารณา
"บิ๊กป้อม" ส่ายหน้า 2 ครั้ง ย้ำ ไม่หวนร่วมรัฐบาล"อุ๊งอิ๊งค์"
ที่พรรคพลังประชารัฐ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ปฏิเสธตอบคำถามถึงความเป็นไปได้ของกระแสข่าวที่จะมีการดึงพรรคพลังประชารัฐไปร่วมรัฐบาล และตัดพรรคภูมิใจไทยออก โดยแสดงอาการเม้มปากและส่ายหน้า
ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่าข่าวที่ออกมาเป็นไปไม่ได้เลยใช่หรือไม่ พลเอกประวิตร ปฏิเสธที่จะพูดเช่นเดิม และส่ายหน้าอีกรอบ
ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงการร่วมงานกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพลังประชารัฐจะเป็นไปไม่ได้เลยใช่หรือไม่ พลเอกประวิตร ก็ไม่ตอบคำถามเช่นเดียวกันและเดินขึ้นรถกลับออกจากพรรคพลังประชารัฐทันที
ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวปฏิเสธข่าวลือ ที่พรรคพลังประชารัฐจะเข้าร่วมรัฐบาลแทนพรรคภูมิใจไทยโดยระบุว่าเป็นการปล่อยข่าว เฟคนิวส์ เพื่อหวังผลประโยชน์ ยืนยันจะไม่มีการกลับไปร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน