ดังนั้นการสอบขณะนี้ จึงเน้นไปที่ผู้ออกแบบและผู้คุมงานและผู้ก่อสร้าง ซึ่งผู้ก่อสร้างจะเป็นบริษัท ต้องไปดูว่าสัดส่วนเท่าไหร่ เพราะในสัญญาระบุว่าเป็นบริษัทร่วมค้า ระหว่างไทยกับจีน จึงต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน และยืนยันว่า ต้องไปไล่บี้ให้ได้ไม่ว่าใครจะเป็นผู้กระทำผิดก็ต้องรับผิดชอบทั้งคู่
นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามว่าทำไมตึกนี้ถึงถล่ม เพราะ เป็นตึกที่สร้างใหม่ จึงต้องมีการก่อสร้างที่รองรับแผ่นดินไหวอยู่แล้ว ตามกฎหมายควบคุมการออกแบบอาคารให้ต้านทานแผ่นดินไหวตั้งแต่ปี 2540 จะมาบอกว่าว่า โครงสร้างยังไม่เสร็จไม่น่าจะใช่ ดังนั้นจึงต้องมุ่งไปที่แบบของอาคารก่อนอันดับแรก ซึ่งถ้าหากแบบถูกต้อง ก็ต้องมาตรวจสอบในขั้นตอนการก่อสร้าง พร้อมยืนยันว่า ทั้งบริษัทไทยและบริษัทจีนที่เป็นคู่สัญญาจะต้องรับผิดชอบเต็ม 100 ทั้งหมด
พร้อมระบุว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้แรงสั่นสะเทือนถึง 7.8 ริกเตอร์ แต่พบว่า มีอาคารมากกว่า 95% ยังคงยืนอยู่ได้ แต่ส่วนที่มีความเสียหายถึงขั้นถล่มก็มีเพียงอาคาร สตง. ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถหาข้อบกพร่องได้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบอาคารพื้นที่ต่างจังหวัด ว่า ในแต่ละจังหวัดมีโยธาธิการจังหวัดอยู่แล้ว ซึ่งจะเข้าไปตรวจอาคารสาธารณะต่างๆโรงเรียน โรงพยาบาลและอาคารที่ทำการที่ให้ให้บริการพี่น้องประชาชน
ส่วนเรื่องการตรวจสอบอาคาร อย่างเช่นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โรงแรมต่างๆก็จะมีรอบการตรวจทุกปีอยู่แล้ว โดยเจ้าของอาคาร ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยก็จะมีการความร่วมมือให้มีการตรวจประจำปีทันที โดยไม่ต้องรอให้ถึงรอบ และเชื่อว่าเจ้าของอาคาร หรือคอนโดต่างๆ จะให้ความร่วมมือ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้อยู่อาศัย
ด้านนายหาน จื้อเฉียง กล่าวว่า ในนามรัฐบาลจีนขอแสดงความเสียใจและแสดงความไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิต โดยสาเหตุอาคารถล่ม ทางการจีนจะร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการสืบสวนหาสาเหตุอย่างเต็มที่ เพราะมีบริษัทของจีนร่วมในการก่อสร้างด้วย และขณะนี้ ทางการจีนได้สั่งให้บริษัทผู้ก่อสร้างให้ความร่วมมือกับประเทศไทยอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งให้ความเชื่อมั่นว่าการสอบสวนของทางการไทยเป็นไปอย่างยุติธรรมอยู่แล้ว