svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

นายกฯ ยันใช้ภาวะผู้นำ ผลักดันแก้ รธน. ชี้งานเดินช้าแต่ดีกว่าพัง

25 มี.ค. 2568

"นายกแพทองธาร" ยันใช้ภาวะผู้นำผลักดันแก้ไข รธน.ในพรรคร่วมให้สำเร็จ ยอมรับงานอาจช้าบ้างแต่เดินหน้า ดีกว่า “ดันทุรังแต่พังทุกรอบ”

25 มีนาคม 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชี้แจงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อนเสร็จสิ้นการอภิปราย ในค่ำคืนนี้ (25 มี.ค.) ถึงกรณีที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวหารัฐบาลไม่มีความจริงใจ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

โดยนายกรัฐมนตรีย้ำว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย และตอนที่พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล เป็นฝ่ายค้านด้วยกัน ก็มีการลงสัตยาบันร่วมกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และร่วมกันผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายหนทาง แต่ไม่สำเร็จ

เมื่อพรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาล ก็ได้แถลงนโยบายเรื่องนี้ต่อรัฐสภา ซึ่งจุดยืน คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 เพียงแต่ด้วยข้อกฎหมายที่ซับซ้อน ทำให้การแก้ไขทำได้ยาก และมีข้อเห็นต่างจากพรรคร่วมรัฐบาล และวุฒิสภา ทั้งกฎหมายการทำประชามติ และจำนวนครั้งที่จะทำประชามติ แต่ยืนยันว่า รัฐบาลก็พยายามเดินไปข้างหน้า
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี


 

ส่วนกรณีที่ นายพริษฐ์ คอยเรียกร้องให้ตนใช้ภาวะผู้นำในพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า จริง ๆ นั้น ไม่ต้องเรียกร้อง เพราะตนเองดำเนินการอยู่ตลอดเวลา โดยมีการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง จนล่าสุดพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเคยไม่เข้าร่วมประชุม ก็ลงมติเห็นชอบร่วมกันให้นำเรื่องดังกล่าว ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตีความจำนวนครั้งการออกเสียงประชามติ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

 

นายกรัฐมนตรี ยังยอมรับว่า แม้กระบวนการ จะช้าไปบ้าง แต่เพื่อรักษาโอกาสแห่งความสำเร็จไว้ให้ได้ และภาวะผู้นำของตน คือ การใช้ความอดทน ใช้เหตุผล ใช้ความจริงใจ มองผลสำเร็จของภารกิจเป็นสำคัญ ซึ่งอาจจะไม่หวือหวา หรืออาจจะไม่ถูกใจนายพริษฐ์ แต่งานเดินหน้า
 

ในฐานะผู้นำรัฐบาล ตนเองต้องอดทน และพูดกันด้วยเหตุด้วยผล และจริงใจ ถ้าจะเอาแบบ “ดันทุรังแต่พังทุกรอบ” นั้น นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ตนเองไม่ทำแน่นอน เพราะจะไม่เกิดผลดีกับรัฐบาล

ข่าวข้น คนข่าว

ทางแก้ลดค่าการกลั่นทำได้ยาก | ข่าวข้นคนข่าว | 13 มี.ค. 69 | PART 2

ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้อธิบายกลไกการตั้งราคาการกลั่นน้ำมัน ว่า การตั้งราคากลั่นน้ำมัน นำมาจาก ราคาน้ำมันสุกจากตลาดสิงคโปร์ ลบ ราคาน้ำมันดิบ จะได้ราคากลั่นน้ำมัน ส่วนที่เป็นค่ากลั่นน้ำมัน ซึ่งจะเป็นค่ากำไร หรือ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมอยู่ในค่ากลั่นน้ำมัน และจากการศึกษาในอดีตจากช่วงสงคราม รัสเซีย-ยูเครน ปี 65 พบว่า ในช่วงนั้นราคากลั่นสูง ปรากฎว่า ได้กำไรสูงตาม แต่ไม่ได้สูงมากนัก แต่ในช่วงสถานการณ์ปกติที่ไม่วิกฤติ หรือ ในช่วงโควิด ที่ความต้องการน้ำมันน้อยลง ค่าการกลั่นก็น้อยลงตาม ทำให้โรงกลั่นก็ขาดทุน ตามกลไกตลาด