เช่นเดียวกับ นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงถึงการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศต่อกรณีลูกเรือประมงไทยทั้ง 4 คน ที่ยังถูกจับกุมโดยทางการเมียนมาว่า การดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินการใน 2 ด้าน ได้แก่ "การดำเนินการทางการเมือง" และ "การดำเนินการด้านกงสุล"
นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
โดย "การดำเนินการทางการเมือง" นั้น โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการอย่างเต็มที่มาโดยตลอด โดยได้เข้าพบผู้แทนฝ่ายเมียนมาในหลายระดับ เพื่อผลักดันให้ทางการเมียนมา ปล่อยตัวลูกเรือทั้ง 4 คนโดยเร็ว และได้นำส่งหนังสือของญาติ ที่ขอให้ปล่อยตัวลูกให้กับทางการเมียนมา และติดตามในหลายโอกาส บนพื้นฐานของการเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน รวมถึงเป็นผู้ประสานงานอำนวยความสะดวกการเข้าเยี่ยมลูกเรือของคณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทางการเมียนมาได้อนุมัติคำขอของไทย
ส่วน "การดำเนินการด้านกงสุล" นั้น โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ลูกเรือไทยถูกจับกุมเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 กระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานงานกับทางการเมียนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย รวมทั้งได้ติดต่อญาติของลูกเรืออย่างสม่ำเสมอ โดยผู้แทนกรมการกงสุลประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เดินทางไปพบปะ และอำนวยความสะดวกให้แก่ญาติของลูกเรือที่จังหวัดระนอง และผู้แทนญาติลูกเรือได้เดินทางมาพบผู้แทนกรมการกงสุลที่กรุงเทพฯ เพื่อรับฟังคำแนะนำในเรื่องนี้ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงย่างกุ้ง พร้อมญาติลูกเรือ ได้เข้าเยี่ยมลูกเรือที่จังหวัดเกาะสอง ภาคตะนาวศรี ตลอดจนได้ประสานงานฝ่ายเมียนมาให้มีการเข้าเยี่ยมของญาติลูกเรือเป็นระยะ
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ขอให้มั่นใจได้ว่า การคุ้มครอง และดูแลผลประโยชน์ และสวัสดิภาพของคนไทย เป็นหัวใจหลักของนโยบายต่างประเทศ โดยกรณีนี้มีความละเอียดอ่อนในภาพรวมความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ ดังนั้น จึงต้องอาศัยความอดทน และแนบเนียนตามแนวปฏิบัติทางการทูต โดยกระทรวงฯ จะดำเนินการอย่างเต็มที่ต่อไป