"ปัจจุบันสิงคโปร์มีรายได้ จากนักท่องเที่ยวเข้ามาในเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ สองแห่ง แสนกว่าล้าน เก็บภาษีพนันซึ่งแปลงเป็นเงินไทย คือ 2 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ประเทศไทย มีการจำหน่ายล็อตเตอร์รี่ และยังขยายเพิ่มมาอีก ส่งรายได้เข้ากระทรวงการคลัง เป็นจำนวนเงิน 4 หมื่นล้านบาท เยอะกว่ากาสิโนของสิงคโปร์เสียอีก แล้วไม่รู้เงินสี่หมื่นล้านไปทำอะไรบ้าง" รศ.ดร.นวลน้อย เปรียบเทียบรายได้ ให้เห็นว่า ในขณะที่ไทยไม่มีกาสิโนก็มีรายได้จากจำหนายสลากกินแบ่งรัฐบาล หักล้างขอกล่าวอ้างจากคนในรัฐบาล ที่ว่าจำเป็นต้องมีกาสิโน เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ
"รศ.ดร.นวลน้อย" กล่าวว่า กรณีมาเก๊า ที่ประสบความสำเร็จ เขาระบุมาก่อนเลยว่า จะทำสถานที่กาสิโนกี่แห่ง และขอประเมินการดำเนินกิจการภายใน 5 ปี จึงทำให้ ทุกคนต้องทำด้วยความระมัดระวัง กาสิโนของเขาจึงไปได้ แต่ของเรา ถ้าไม่มีการเขียนกฎหมายอธิบายไว้อย่างรัดกุม ระมัดระวัง ก็จะเจ๊งเสียก่อน
"บทเรียนจากกลุ่มประเทศที่ไม่ระมัดระวัง บางประเทศตอนนี้ (สีหนุวิลล์) เคยมีชื่อเสียง เคยประกาศว่าจะสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวแข่งกับพัทยาของไทย แต่ต่อมาทำเป็นแหล่งกาสิโนไม่ประสบความสำเร็จ นักท่องเที่ยวไม่มี กลายเป็นตึกรกร้าง จนมาเป็นแหล่งฟอกเงิน อาชญากรรมข้ามชาติ คอลเซนเตอร์ตามมา. หรือกรณีฟิลิปปินส์ ที่ถูกติดบัญชีเกรย์ลิสต์( สีเทา ) แหล่งฟอกเงิน เพราะฉะนั้น ถ้าจะทำเรื่องนี้ ทุกอย่างต้องมีความชัดเจน และเป็นเวิล์ดคลาส ด้วยการเลือกบริษัทเวลิ์ดคลาสเข้ามาดำเนินการ เพราะบริษัทเหล่านี้กลัวเสียชื่อ หากติดลิสต์เรื่องการฟอกเงิน ถ้าเราไม่เริ่มต้นด้วยมาตรฐานสูงไว้ก่อน ก็จะมีจุดจบเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นแหล่งอาชญากรรม นักท่องเที่ยวก็ไม่มา"
เช่นเดียวกับ "น.ส.วทันยา บุนนาค" กล่าวว่า เราไม่มีปัญหาเรื่องนักท่องเที่ยว และหลังจากโควิด ผ่านมาสามปี ตัวเลขนักท่องเที่ยวก็มาใกล้เคียงก่อนโควิด แม้ไม่มีกาสิโน นักท่องเที่ยวก็มาอยู่แล้ว เนื้อหากม.จึงมีความสับสน ต้องการสร้างเอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์เพื่อดึงนักท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือสร้างกาสิโนคอมเพล็กซ์เพื่อสนับสนุนให้มีการเล่นการพนันอย่างถูกกฎหมาย
"น.ส.วทันยา" กล่าวว่า รัฐบาลต้องพิจารณาทุกมิติในการออกกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใส การคอร์รัปชั่น ที่จะมีความสัมพันธ์ตามมาจากการมีเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หรือ มีแหล่งกาสิโนก็ตาม ในการอนุมัติอนุญาติใบอนุญาติ ตั้งคำถามว่า เราเปรียบเทียบกับสิงคโปร์ ตามที่รัฐบาลกล่าวอ้างได้จริงไหม อยากให้ดูเรื่องสถิติการคอร์รัปชั่น ไทยกับสิงคโปร์ต่างกันมาก ทำไมเราไม่เปรียบเทียบกับประเทศใกล้เคียงกับเรา หรือ เทียบกับฟิลิปปินส์ก็ได้ ฉะนั้นองค์ประกอบนี้ ประเทศไทย จะไปเปรียบเทียบกับประเทศที่ประสบความสำเร็จไม่ได้
"สิงคโปร์ใช้เวลาศึกษากาสิโน 10 ปี ตั้งมา 5 ปี หรือ มาเก๊า ตั้งมาตั้งแต่ปี 1962 ตั้งแต่มีซัพพลายน้อย แต่ของไทยคิดกำลังตั้ง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเขามีหมดแล้ว แล้ววัตถุประสงค์เราบอกว่าจะสามารถเพิ่มนักท่องเที่ยวได้ คำถามว่าดึงดูดนักท่องเที่ยวได้จริงหรือ การ่างกฎหมายของเราจึงไม่เหมือนกับเขา สรุปรัฐบาลยังสับสนตนเอง"
นอกจากนี้ "มาดามเดียร์" แสดงความเป็นห่วงองค์ประกอบของคณะกรรมการนโยบาย และบอร์ดบริหาร ตามกม. ที่เหมือน ครม.น้อย อำนาจทั้งหมดอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ในการเสนอ ออกแบบโครงสร้าง พิจารณาใบอนุญาต อะไรต่างๆ โดยที่ไม่มีภาคประชาชน. ภาคสาธารณสุข เข้าไปมีส่วนร่วม หรือจะเสนอปรับแก้ไขอะไรได้ หากกม.ฉบับนี้ออกไปบังคับใช้เหมือนเป็นการตีเช็กเปล่า ฉะนั้น การกำหนดสัดส่วนในคณะกรรมการ ขอให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้ไหม
"คุณจะทำอย่างไรให้เกิดความโปร่งใส เมื่อคณะกรรมการนโยบายมีอำนาจล้นฟ้า ต้องกำหนดลิมิตอำนาจคณะกรรมการให้น้อยลง เพราะหาก ร่างกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ผ่านมีผลบังคับใช้ ในระยะ10 - 20 ปี เราจะไม่มีสิทธิ์มาทักท้วงขอแก้ไข ในสิ่งที่ผ่านออกไปแล้ว แล้วเกิดผลกระทบในวงกว้าง วันนี้เท่ากับ ครม.กำลังตีเช็กเปล่า ฉะนั้น เราขอให้มีการกำหนดสัดส่วนคณะกรรมการ ให้ประชาชนมีส่วนร่วม มีอำนาจในการถ่วงดุลได้หรือไม่ เพื่อเข้าไปดูผลกระทบทางสังคมและสาธารณสุข"