ด้าน "นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" เป็นที่ทราบกันดีถึงความเป็นนักเคลื่อนไหวตัวตึงตั้งแต่ยุคก่อตั้ง "แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ" (นปช.) หรือ "มวลชนคนเสื้อแดง" เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับ กลุ่ม "นายจตุพร พรหมพันธ์ุ" แต่ปัจจุบัน ทั้งสองแยกทางกันตามวิถีการเมือง
ทุกครั้งของการขึ้นเวทีปราศรัย "นายณัฐวุฒิ" ถือเป็นตัวแม่เหล็ก เรียกแขกมารวมตัวชนิดไม่ลุกออกไปไหน ไม่ว่าจะเป็น การชุมนุมเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลทหาร หรือ หลังหมดยุครัฐบาลทหาร "นายณัฐวุฒิ" ก็มาทำหน้าที่ แกนนำหาเสียงให้พรรคเพื่อไทยอีกด้วย
อย่างไรก็ดี เส้นทางการเมืองของนักเคลื่อนไหว ที่เคยทำงานรับใช้อดีตนายกฯทักษิณ ระหว่าง "นายณัฐวุฒิ" กับ "นายจตุพร" แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพราะ "นายณัฐวุฒิ" ได้รับการตบรางวัลจากการเคลื่อนไหว สมัยรัฐบาล"ยิ่งลักษณ์"ให้ได้รับตำแหน่งถึงระดับรัฐมนตรี จนเป็นที่มาของคำกล่าวตามเวทีปราศรัย "สู้แล้วรวย" ในขณะที่ "นายจตุพร" ต้องเผชิญชะตากรรมกับการต่อสู้คดีความ ไม่ได้มีตำแหน่งแห่งหนทางการเมืองเหมือนนักเคลื่อนไหวเสื้อแดงรายอื่น
ล่าสุด "นายณัฐวุฒิ" ได้เปิด"ร้านอาหารเยี่ยมใต้" ย่านนนทบุรี จนธุรกิจค้าขายเจริญเติบโต มีการขยายธุรกิจ เครื่องดื่มชูกำลัง ก่อนจะได้รับการติดต่อ จาก"นายกฯแพทองธาร" ให้มาเป็น"ที่ปรึกษาของนายกฯ" ในจังหวะที่ กลุ่มมวลชนฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าเป็นกลุ่มของ"นายสนธิ ลิ้มทองกุล" อดีตแกนนำ"พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" (พธม.) หรือ กลุ่มเสื้อเหลือง และ "นายจตุพร" แกนนำกลุ่มคณะหลอมรวมประชาชน ประกาศ รวมตัวเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล"แพทองธาร" โดยเฉพาะ "นายสนธิ" ถึงกับออกมาประกาศก่อนหน้านี้ จะมีการชุมนุมครั้งสุดท้าย กันเลยทีเดียว
ฉะนั้น การแต่งตั้ง "นายณัฐวุฒิ" ให้มาเป็น"ที่ปรึกษาของนายกฯ" แพทองธาร รอบนี้ ปฏิเสธไม่ได้ในการให้คำปรึกษา วางกลยุทธ์ตอบโต้ทางการเมือง และคอยประสานงานมวลชนที่มีการเคลื่อนไหวทั้งนอกทำเนียบ ฯ และ สภา
สำหรับตำแหน่ง "ที่ปรึกษาของนายกฯ" นั้น นายกฯจะแต่งตั้งจำนวนกี่คนก็ได้ โดยไม่ใช่ตำแหน่งกินเงินเดือนประจำ แตกต่างจากตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯที่มีโควต้า เอาไว้ และตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกฯ ไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการคป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งช่าติ (ป.ป.ช.)
ปัจจุบัน "นายกฯแพทองธาร" ได้ลงนามแต่งตั้ง "ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี" จำนวน 5 คน ส่วนใหญ่ยังเป็นคนเดิมในยุครัฐบาลเศรษฐา ได้แก่ 1.นายชัยเกษม นิติสิริ 2.นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ 3.นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร 4.นายจักรพงษ์ แสงมณี และ 5.นายเทวัญ ลิปตพัลลภ