เนชั่นทีวี

การเมือง

สองเส้นทางความหวัง เเสงสุดท้าย ของ"บิ๊กโจ๊ก"ในอุ้งมือรัฐบาล"อุ๊งอิ๊ง"

25 ส.ค. 2567 | thamsathit_pol

สองเส้นทางความหวัง เเสงสุดท้าย ของ"บิ๊กโจ๊ก"ในอุ้งมือรัฐบาล"อุ๊งอิ๊ง"

การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจประจำปีนี้ ถือว่าร้อนแรง ไม่แพ้เวทีการเมืองที่ยังวุ่นกับการเช็กชื่อว่า พรรคใดใครจะได้สิทธินั่งเป็นรมต.ที่ไร้มลทิน บนรัฐนาวา "อิ๊งค์1" ติดตามได้จาก "กระบี่เดียวดาย"

ไม่เพียงแต่ใจจดใจจ่อรอลุ้นโผคณะรัฐมนตรี ภายใต้การนำของนายกฯคนใหม่ "อุ๊งอิ๊ง" แพทองธาร  ชินวัตร หากแต่ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงปีนี้ หลายกรมกองต้องจับตาไม่แพ้กัน 

 

โดยเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้าย"บิ๊กตำรวจ"ย่านปทุมวัน เพราะยังมีประเด็นค้างคาชนิดที่ยังไม่สะเด็ดน้ำ กรณี "พล.ต.อ.สรุเชชษฐ์  หักพาล" ที่ถูกสั่งให้พ้นราชการไปแล้วแต่อาจกลับเข้ามาเป็นตัวแปร 

สองเส้นทางความหวัง เเสงสุดท้าย ของ"บิ๊กโจ๊ก"ในอุ้งมือรัฐบาล"อุ๊งอิ๊ง"

 

แทบทุกสายตา จึงจับจ้องไปที่ "พล.ต.อ.สราวุฒิ  การพานิช" รอง ผบ.ตร.ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง พิจารณาความผิด "พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์  หักพาล" และพวกว่า จะมีมติเช่นใดเป็นคำตอบสุดท้าย

 

ล่าสุด "รองผบ.ตร." ระบุว่า การพิจารณาเรื่องนี้น่าจะสรุปผลได้ในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งคนวงในแวดวงสีกากีชี้ว่า  มีแนวโน้มสูงว่า"บิ๊กโจ๊ก"และพวก  “น่าจะถูกชี้มูลว่ามีความผิดวินัยร้ายแรง”

เท่ากับว่าเส้นทางราชการตำรวจของ "พลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์" จะยุติในช่วงนี้และอนาคต?

พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์  หักพาล

เพราะ "พลตำรวจเอกสุรเชชฐ์"  ต้องใช้เวลาไปต่อสู้คดี ( เว็บพนันมินนี่2 ,บีเอ็นเค มาสเตอร์,การให้บุคลากรของสำนักงานป.ป.ช.ตกแต่งบัญชีทรัพย์สินฯ)  ที่สำนักงาน ป.ป.ช.กำลังไต่สวนเบื้องต้นและชี้แจงเรื่องเส้นทางการเงินกับสำนักงาน ปปง. รวมทั้งต้องติดตามว่า "บิ๊กโจ๊ก"จะยื่นอุทธรณ์ มติกพค.ตร. ต่อศาลปกครองสูงสุดหรือไม่ /ยื่นช่วงใดในห้วงเวลาเก้าสิบวัน....ตามสิทธิทางกฎหมาย

อีกทั้งต้องรอว่า  "แพทองธาร ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี จะเรียกประชุม ก.ตร.ได้ในห้วงเวลาใด ระหว่างช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม  2567 เพื่อพิจารณาวาระ "แต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่"  เนื่องจากขณะนี้ นายกฯคนที่31 กำลังตรวจสอบประวัติ-เคาะชื่อเสนาบดี.แบบละเอียดยิบที่คาดว่าน่าจะใช้เวลาหลายวันก่อนยื่นทูลเกล้าฯและรอการโปรดเกล้าฯ  จากนั้นสร.1จะนำครม.เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณตนและแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา กว่ามีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเป็นทางการ ราวกลางเดือนกันยายน 

  

แพทองธาร  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี

 

หาก"แพทองธาร"ยังดำเนินการภารกิจข้างต้นไม่เสร็จสิ้นกับจังหวะบีบรัดในการบริหารราชการแผ่นดินนั้น อาจเป็นไปได้ว่า"ภูมิธรรม เวชยชัย" รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี สามารถเรียกประชุมก.ตร.เพื่อดำเนินการแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่ได้เช่นกัน ซึ่งต้องดูว่า สร.1คนปัจจุบันจะตัดสินใจเช่นใด (หรือสร.1จะรอหารือกับใครบางคนที่มีบารมีสูงสุดในรัฐบาลนี้ก่อนหรือไม่?)

ไล่เรียงห้วงเวลาที่อาจไม่เป็นผลบวกนักของ"พลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์" จะพบว่า ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2567(นายกรัฐมนตรีลงนามให้พลตำรวจเอกต่อศักดิ์ สุขวิมลและพลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์มาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี)เป็นต้นมานั้น  

 

จังหวะขยับของพล "ตำรวจเอกสุรเชชษฐ์" และพวก พบว่า พวกเขาต่อสู้เชิงเทคนิคกฎหมายล้วนๆว่า สำนักนายกฯและสตช.ใช้กฎหมายผิดมาตรา/ไม่มีอำนาจสั่งให้ "พลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์" ออกจากราชการไว้ก่อน  แต่ตอนนั้นหากมองลึกๆจะพบว่า บิ๊กโจ๊ก"เว้นวรรค"ไม่กล่าวถึงและลงรายละเอียดของรูปคดีที่ถูกกล่าวหาแม้แต่น้อย   รวมทั้งยังไล่ฟ้องขั้วตรงข้าม เช่น สร.1/กรรมการก.ตร./อดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่/ยื่นถอดถอนกรรมการปปช.จนเป็นสีสันรายวัน

วันที่ 26 มิถุนายน 2567 "นายกรัฐมนตรี" เป็นประธานการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 5 /2567 พิจารณาเรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยข้าราชการตำรวจ กรณีคำสั่งให้ "พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์" ออกจากราชการไว้ก่อน นั้นก.ตร.12เสียงเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย และทำให้ "พลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์" ยื่นคำร้องต่อ ก.พค.ตร. จากนั้นวันที่ 6 สิงหาคม 2567 ที่ประชุม ก.พ.ค.ตร. มีมติว่า คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 178/2567 ที่ให้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน "เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และกฎ ก.ตร."

วันที่ 15 สิงหาคม2567  มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ "พลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์" พ้นจากตำแหน่งรองผบ.ตร.ตั้งแต่วันที่18เมษายน2567 (วันที่รรท.ผบ.ตร.ลงนามในคำสั่งให้พลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์ออกจากราชการไว้ก่อน)    


ดังนััน เวลาจากนี้ไปน่าจับตาว่า "พลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์" จะยื่นเรื่องนี้ต่อศาลปกครองสูงสุดเมื่อใด และอ่านใจตุลาการศาลปกครองสูงสุดว่าจะรับคำร้องของ "พลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์"ไว้วินิจฉัยหรือไม่.... 

 

พล.ต.อ. สุรเชชษฐ์  หักพาล

มีข้อมูลจากแวดวงตราชั่งแจ้งว่า "พลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์" น่าจะขยับจะหวะนี้หลังวันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป เพราะเป็นวันเริ่มต้นการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทุกหน่วยงานตามปีงบประมาณ  

 

โดยมีกระแสข่าวว่า จังหวะการยื่นเรื่องต่อ "ศาลปกครองสูงสุด"นั้น "พลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์" อาจรอห้วงเวลาดังกล่าวให้มาถึงและอาจรอใครบางคนที่จะดูแลสำนวนคำร้องดังกล่าว  "เพื่อพลิกโผ....."และเป็นความหวังสุดท้ายกับโอกาสในเส้นทางสีกากี 

 

แว่วว่า ใครบางคนที่"พลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์รอคอย  มีพื้นเพทางปักษ์ใต้และเคยรับราชการในจังหวัดบ้านเกิดของ"พลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์"อีกด้วย

ส่วนสำนวนคดีย่านแวดวงสนามบินน้ำนั้น มีข้อมูลว่า บุคลากรของป.ป.ช.ที่มีส่วนพัวพันกับ "พลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์" ตามสำนวน1,420หน้าของบก.ปปป.ที่ชี้มูลไปนั้น ตอนนี้ใครบางคนกำลังใช้กลเม็ดเคล็ดลับที่ล้ำลึกยิ่ง...

เพราะใครคนนั้นเสนอความเห็นว่า การชี้มูลของบก.ปปป.นั้น หากบุคลากร ของป.ป.ช.ที่ถูกกล่าวหา  "มิได้มีหน้าที่ทำงาน/กำกับดูแลหน่วยงานนั้นๆโดยตรง" จะเอาผิดไม่ได้?

 

แปลความให้เข้าใจง่ายๆว่า การที่ บก.ปปป.ชี้มูลว่า คนวงในป.ป.ช.ที่ไปช่วยเหลือ "พลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์" มีความผิด... หากพบว่าแท้จริงแล้วบุคลากรของ ป.ป.ช. ที่ถูกกล่าวหา "ไม่ได้ทำงานในหน่วยงานที่ดูแลเรื่องราวโดยตรงที่เกี่ยวข้องกับพลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์"  ป.ป.ช. "ไม่สามารถชี้มูลความผิดและลงโทษได้" เพราะผู้ที่ถูกกล่าวหา"ไม่ได้มีหน้าที่โดยตรง...."


อาจส่งผลให้สำนวนการกล่าวหาของบก.ปปป.ที่ชี้มูล"พลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์" และพวกในมือป.ป.ช.อาจจะลงโทษใครไม่ได้เลย...หากข้อมูลนี้ จากสนามบินน้ำ พบว่า มีการเดินเกมตามนี้จริง น่าจะทำให้คดีพลิกขนานใหญ่ ชนิดที่มึนกันไปทั้งวงการองค์กรอิสระ และแวดวงยุติธรรม

 

แต่ผลของ"คดีพลิก" อาจเป็นผลดีกับใครบางคน เพราะสองกระดานนี้คือ "สองเกมสุดท้าย" ที่ "พลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์"น่าจะรอผลบวกอันอาจลางเลือนอยู่....ด้วยใจลุ้นระทึก
 

ข่าวล่าสุด