ส่วนที่มีมวลชนทยอยมาร่วมรับฟังในวันนี้ มองว่า ความประทับใจแรกของวันนี้คือ ได้แจ้งไปว่าจะให้ประชาชนขึ้นไปฟังการแถลงข่าวได้แค่ 50 คน เพราะพื้นที่มีจำกัด ทั้งสื่อมวลชนกว่า 200 คน และ ส.ส.150คน ดังนั้น จึงเปิดลงทะเบียนเพื่อขึ้นไปฟังการแถลงข่าว และเมื่อเริ่มลงทะเบียนก็เต็มภายใน 1นาที เนื่องจากหลายคนเดินทางมาแต่เช้า และได้สิทธิก่อน ส่วนคนที่มาหลังจากนี้ก็ได้ฟังการปราศรัย และพบปะประชาชนอย่างใกล้ชิดที่ลานจอดรถแน่นอน
นอกจากนี้ "ช่อ พรรณิการ์" ยังบอกด้วยว่า หลายคนก็ถามว่ารู้สึกอย่างไรเมื่อเทียบกับครั้งพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบกับตอนก้าวไกลจะถูกยุบ ก็ต้องยอมรับว่า ความรู้สึกแรกคือ "แค้น" ว่าความฝัน ความต้องการของพวกเรามันง่ายมาก คือการตั้งพรรคอันดับหนึ่ง เพื่อประเทศไทยที่เท่าเทียมกันเท่าทันโลก และคนไทยเท่าเทียมกัน พาประเทศไทยไปเท่าทันโลก สร้างสังคมที่เสมอภาคเท่าเทียม และตั้งประเทศไทยที่มีอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ซึ่งไม่ได้เป็นความฝันที่สุดโต่ง และทะเยอทะยาน เป็นสิ่งแรก ๆ ที่ประเทศในโลกทำกันได้ โดยไม่ต้องเป็นประเทศที่ร่ำรวยอะไร
แต่สำหรับประชาชนคนไทยคนกลุ่มหนึ่ง เมื่อมาทำพรรคการเมืองด้วยความฝัน แล้วไปบอกกับประชาชน ก็มีคนที่มีความฝันแบบเดียวกัน อยากทำให้เป็นจริง จาก 6 ล้านคน เป็น 14 ล้านคน มันยากเหรอที่จะเกิดขึ้น แต่ทำไมถึงไม่ได้รับอนุญาตให้เกิดขึ้น ทำไมจึงต้องขออนุญาตพวกเขา ในเมื่อบอกว่าประเทศนี้เป็นประชาธิปไตยที่มีอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน จึงเป็นความแค้นที่รู้สึกอัดอั้นตันใจว่า ความฝันอันเรียบง่ายทำไมจึงต้องขออนุญาต ไม่ได้เป็นความแค้นที่ว่าพรรคเราทุกยุค