เนชั่นทีวี

การเมือง

ปมร้อน ตร.เทียบสถานการณ์ “บิ๊กโจ๊ก” ไม่สู้ดี หากเทียบกับสถานการณ์ “บิ๊กต่อ”

07 ก.ค. 2567 | titayu_pur

ปมร้อน ตร.เทียบสถานการณ์ “บิ๊กโจ๊ก” ไม่สู้ดี หากเทียบกับสถานการณ์ “บิ๊กต่อ”

ปมร้อนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เทียบสถานการณ์ของ “บิ๊กโจ๊ก” ไม่สู้ดี หากเทียบกับสถานการณ์ของ “บิ๊กต่อ” งานนี้ “บิ๊กโจ๊ก” มืดมน…ต้องวิ่งชนดะถึงมีลุ้น กับเหตุผลทำไมต้องทุ่มสุดตัว

7 กรกฎาคม 2567 ยังคงต้องติดตามสำหรับปมร้อน สำนักตำรวจแห่งชาติ กรณีของ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ "บิ๊กต่อ" พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่สถานการณ์ของทั้งคู่ตอนนี้แตกต่างกันอย่างมาก

โดยหากเทียบกันแล้ว สถานการณ์ของ “บิ๊กโจ๊ก” ไม่สู้ดี หากเทียบกับสถานการณ์ของ “บิ๊กต่อ”

เพราะจากจังหวะก้าวที่ผ่านมา และภาพข่าวล่าสุด สรุปได้แบบนี้ 
"บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

1.”บิ๊กต่อ” ได้กลับมาเป็น ผบ.ตร.เต็มตัว ทำหน้าที่ตามปกติ ไม่มีใครพูดเรื่องถูกสอบสวน ตรวจสอบอะไรอีกแล้ว 

-คดีพนันออนไลน์ ในความรับผิดชอบของ สน.เตาปูน ยังไม่คืบหน้าถึงขั้นแจ้งข้อหา หรือขออนุมัติหมายจับ 

-คดีฟอกเงินจากเว็บพนันออนไลน์ ในความรับผิดชอบของ ตำรวจ ปปป. สรุปสำนวนส่งให้ ป.ป.ช.ไปแล้ว เมื่อสำนวนอยู่ในอำนาจ ป.ป.ช. ก็มีสถานะเหมือนคดี “บิ๊กโจ๊ก” จะไปทำอะไรที่ส่งผลกระทบต่อการแต่งตั้งโยกย้ายไม่ได้ เพราะตามกฎหมาย ป.ป.ช. ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ 

-คดีแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. มีความพยายามแจ้งข้อกล่าวหาหลังชี้มูล แต่ยังไม่มีการไปรับทราบข้อกล่าวหา 

คดีเหล่านี้แม้จะยังคงอยู่ แต่ไม่ค่อยได้รับความสนใจ
ปมร้อน ตร.เทียบสถานการณ์ “บิ๊กโจ๊ก” ไม่สู้ดี หากเทียบกับสถานการณ์ “บิ๊กต่อ”
 

2.”บิ๊กต่อ” เริ่มให้สัมภาษณ์และออกปฏิบัติหน้าที่ เช่น ไปคุมปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้นทั่วประเทศ 

-เป็นการแสดงให้เห็นว่า ตนยังพร้อมทำงาน 

-ไม่ได้มีปัญหาสุขภาพ หรือภาวะเครียดจนทำงานไม่ได้ ตามที่เป็นข่าว 

-ไม่พูดเรื่องลาออกก่อนเกษียณ เพื่อไปรับตำแหน่งที่สำคัญกว่า 
ปมร้อน ตร.เทียบสถานการณ์ “บิ๊กโจ๊ก” ไม่สู้ดี หากเทียบกับสถานการณ์ “บิ๊กต่อ”

3.ปรากฏตัวทำงานร่วมกับ รอง ผบ.ตร.ท่านอื่น ๆ โดยเฉพาะ “บิ๊กต่าย” 

-ภาพที่ออกมาคือ ฝั่งตรงข้าม “บิ๊กโจีก” แพ็กกันแน่น ร่วมงานกันได้ 

-การร่วมงานใกล้ชิดกับ “บิ๊กต่าย” เท่ากับเป็นการการันตีว่า คำสั่งให้บิ๊กโจ๊กออกจากราชการไว้ก่อน ทำถูกต้องแล้ว 

-“บิ๊กต่อ” จะไม่ลงนามเพิกถอนคำสั่งให้ “บิ๊กโจ๊ก” ออกจากราชการไว้ก่อน 
ปมร้อน ตร.เทียบสถานการณ์ “บิ๊กโจ๊ก” ไม่สู้ดี หากเทียบกับสถานการณ์ “บิ๊กต่อ”
 

4.ฟากฝั่ง “บิ๊กโจ๊ก” เดินสายฟ้องทุกคน ชนทุกฝ่าย เพราะรู้ตัวแล้วว่าไม่มีอะไรสมหวัง 

-กลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติจริง แต่เป็นการกลับมารับคำสั่ง “ให้ออกจากราชการไว้ก่อน” ไม่ใช่คืนตำแหน่ง รองผบ.ตร. 

-รู้อยู่แก่ใจว่า ไม่ได้เป็น รอง ผบ.ตร.แล้ว เพราะกฎหมายตำรวจแห่งชาติระบุชัด ตามมาตรา 133(4) คือ เมื่อโดนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ก็พ้นจากการเป็นตำรวจทันที 

-ไม่มีทางที่ “บิ๊กต่อ” จะยกเลิกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน 
ปมร้อน ตร.เทียบสถานการณ์ “บิ๊กโจ๊ก” ไม่สู้ดี หากเทียบกับสถานการณ์ “บิ๊กต่อ”

5.ทางออกของ “บิ๊กโจ๊ก” มีทางเดียว คือ รอผลชี้ขาดของ ก.พ.ค.ตร. 

-กรอบเวลาพิจารณาอุทธรณ์ของ “บิ๊กโจ๊ก” 120 วัน ต่อเวลาได้อีกคราวละ 60 วัน 2 ครั้ง 

-“บิ๊กโจ๊ก” ยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค.ตร. เมื่อ 25 เม.ย.67 นับถึงวันนี้ยังไม่ถึง ก๊อกแรก 120 วัน 

-เหตุนี้เอง “บิ๊กโจ๊ก” จึงต้องเดินสายฟ้อง และร้องเรียนไปทั่ว เพื่อไม่ให้เรื่องเงียบ และกดดันให้ ก.พ.ค.ตร. เร่งวินิจฉัยอุทธรณ์

-การฟ้องนายกฯ และผู้เกี่ยวข้องคนอื่นๆ เป็นการกดดัน ก.พ.ค.ตร.ทางอ้อม ให้รีบวินิจฉัย ซึ่งนายกฯ เศรษฐา ก็เพิ่งส่งสัญญาณว่า น่าจะได้คำตอบภายในเดือน ก.ค.นี้ 
ปมร้อน ตร.เทียบสถานการณ์ “บิ๊กโจ๊ก” ไม่สู้ดี หากเทียบกับสถานการณ์ “บิ๊กต่อ”

6.บิ๊กโจ๊ก” ต้องการให้เรื่องนี้จบเร็ว ไม่ว่าจเป็นคุณ หรือเป็นโทษ เพื่อเดินเกมขั้นต่อไป

เป็นคุณ - กลับมาเป็นรอง ผบ.ตร.ทันที และมีลุ้นเป็นแคนดิเดต ผบ.ตร. เพราะอาวุโสอันดับ 1 

เป็นโทษ - รีบยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุด พร้อมขอไต่สวนฉุกเฉิน ให้ออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราว 

**ถ้าศาลคุ้มครอง ก็มีลุ้น ผบ.ตร. 

**บิ๊กโจ๊ก ไปฟ้อง ป.ป.ช.ไว้แล้ว เรื่องตั้ง “บิ๊กต่อ” ข้ามอาวุโสปีที่แล้ว เข้าข่ายนายกฯเศรษฐากระทำผิด และ ป.ป.ช.เพิ่งประชุมเรื่องนี้ไป ใกล้จะชี้มูล / เท่ากับเป็นแรงกดดันให้การเลือก ผบ.ตร.ในปีถัดไป ต้องคิดหนักหากจะข้ามอาวุโส 
ปมร้อน ตร.เทียบสถานการณ์ “บิ๊กโจ๊ก” ไม่สู้ดี หากเทียบกับสถานการณ์ “บิ๊กต่อ”

7.กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ 2 ต.ค.67 การแต่งตั้ง ผบ.ตร.จึงยังทำไม่ได้ เท่ากับเป็น “สุญญากาศ” ให้ “บิ๊กโจ๊ก” เร่งเคลียร์ตัวเองช่วงนี้ เพื่อให้มีโอกาสลุ้นหลัง 2 ต.ค. 

ถือเป็นจังหวะดีของ “บิ๊กโจ๊ก” เพราะถ้า ผบ.ตร.ตั้งได้เร็วเหมือนปีอื่นๆ เช่น เริ่มพิจารณา ก.ค. ตั้ง ส.ค. ก็จะจบก่อนคดี “บิ๊กโจ๊ก” จะมีความชัดเจน 
ปมร้อน ตร.เทียบสถานการณ์ “บิ๊กโจ๊ก” ไม่สู้ดี หากเทียบกับสถานการณ์ “บิ๊กต่อ”

8.”บิ๊กโจ๊ก” ต้องสู้ เพราะหาก “คำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน” มีผล อาจกระทบกับอนาคตด้านอื่นๆ ไม่ใช่เฉพาะตำแหน่งหน้าที่ทางราชการตำรวจ แต่จะเบนเป้าไปเล่นการเมือง ลง สส. สว.ก็ไม่ได้ เพราะมีรัฐธรรมนูญเขียนล็อกคุณสมบัติเอาไว้ จะเป็นรัฐมนตรีก็ไม่ได้ เพราะโดนล็อกเช่นกัน แม้จะต้องตีความบทบัญญัติ แต่ก็ต้องตีความกันเหนื่อย 

รัฐธรรมนูญ มาตรา 98(8) บัญญัติไว้แบบนี้...

“บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร… (8) เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ

เมื่อสมัคร สส.ไม่ได้ ก็เป็นรัฐมนตรีไม่ได้ ก็เท่ากับปิดประตูตายทางการเมืองของ “ตำรวจมหาชน”
ปมร้อน ตร.เทียบสถานการณ์ “บิ๊กโจ๊ก” ไม่สู้ดี หากเทียบกับสถานการณ์ “บิ๊กต่อ”

ข่าวล่าสุด