สิ่งที่อาจารย์วิษณุ ให้ความเห็นวันนี้ เเม้จะกระจ่างขึ้นบ้าง เเละคดีต่าง ๆ กว่าสิบคดีของสองบิ๊กตำรวจนั้น สำนวนคดีต้องเดินหน้าตามความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. , ตำรวจ , อัยการเเละศาล
เเต่ก็ยังยากในหลักปฏิบัติ เพราะตอนนี้เกิดกระเเสข่าว เเละการปล่อยข่าวว่า สถานะของ "บิ๊กโจ๊ก" นั้นคืออะไร เพราะมีข่าวลือล่าสุดเเล้วว่า ผบ.ตร.จะยกเลิกคำสั่งให้ "บิ๊กโจ๊ก" ออกจากราชการไว้ก่อน เเละทำให้ "บิ๊กโจ๊ก" กลับสู่ฐานะรอง ผบ.ตร. ได้ทันที
เเต่หากมองย้อนกลับไปในเวลาที่ผ่านมาพบว่า "บิ๊กโจ๊ก" อาศัยช่องทางกฎหมายเด้งเชือกสู้ทุกมุม คือร้องเรียนขอความเป็นธรรมไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ก.พ.ค.ตร. เพื่อประวิงเวลาเเละใช้เป็นข้อต่อสู้กับฝ่ายที่จะขยับ จนเรื่องราวของบิ๊กโจ๊กชะงัก ซึ่งเเตกต่างกับคดีของ “บิ๊กต่อ” ที่พบว่า เเทบไม่มีการใช้เทคนิคทางกฎหมายในการประวิงเวลา
เเละพบว่า”บิ๊กโจ๊ก” ยังไม่ได้ไปให้ถ้อยคำกับคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงของ ตร.เลย ตรงนี้ข้อเสนอเเนะของอาจารย์วิษณุ ที่ให้ ตร.ขยับก่อนคือ สอบวินัยร้ายเเรง "บิ๊กโจ๊ก" ให้เรียบร้อยก่อนนั้น จะกระทำได้อย่างไร เพราะ "บิ๊กโจ๊ก" อารยขัดขืนเเบบนี้
บวกกับการไม่ไปชึ้เเจงกับสภาการสื่อมวลชนเเห่งชาติ กรณีจ่ายเงินให้นักข่าวบางคน วงเงินหลักล้านบาทนั้น ตรงนี้ "บิ๊กโจ๊ก" ทำไมไม่เเสดงความบริสุทธิ์ใจว่า สินน้ำใจนั้นผิดกฎหมายเเละหลักจริยธรรมของผูัให้เเละผู้รับหรือไม่ เเละตรงนีัหน่วยงานที่สอบสวนคดีของ "บิ๊กโจ๊ก" จะหยิบไปประกอบการวินิจฉัยความบริสุทธิ์ของ "บิ๊กโจ๊ก" หรือไม่
และอีกหนึ่งคำถามที่ควรพินิจคือ การที่จะเพิกถอนคำสั่งของ ตร.นั้น จะเพิกถอนโดยไม่มีคำวินิจฉัยของศาลนั้นกระทำได้หรือไม่
ความวุ่นวายดังกล่าวเเละทางออกที่อาจารย์วิษณุเเนะนั้น จะปฏิบัติได้จริง เเละเรื่องยุ่ง ๆ นี้จะยุติในสองเดือนตามที่สร.1 (นายกรัฐมนตรี) ระบุไว้หรือไม่
เเละวันข้างหน้าใครบางคนที่มีส่วนได้เสีย กับเก้าอี้ย่านปทุมวัน จะมั่นใจอย่างไรว่า จะไม่ออกมาเดินเกมอะไรให้วุ่นวายช่วงเเต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่หรือไม่