ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายจึงเลือกเดินหน้าโครงการจัดหาเรือดำน้ำต่อ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ไทย-จีน ที่มีมาอย่างยาวนาน โดยฝ่ายจีนยินดีที่จะสนับสนุนทางการทหาร เช่น การสนับสนุนยุทโธปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรือดำน้ำ ทั้งเครื่องช่วยฝึก หรือ Simulator และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ รวมถึงเรื่องระบบประกัน การฝึกศึกษา ซึ่งมีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท
อย่างไรก็ตาม แต่ทางจีนยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เพราะต้องการให้โครงการเรือดำน้ำเดินหน้าอย่างชัดเจนก่อน
สำหรับขั้นตอนต่อไป กระทรวงกลาโหมจะสรุปผลการเจรจานำเสนอ "นายเศรษฐา ทวีสิน" นายกรัฐมนตรี พิจารณาเพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะจะต้องมีการแก้สัญญา 2 ส่วน ได้แก่ การขยายเวลาสัญญาต่อเรือดำน้ำออกไปอีกราว 1,200 วัน และ การเปลี่ยนเครื่องยนต์จากเยอรมัน MTU 396 เป็นเครื่องยนต์จีน CHD 620 เพื่อให้ ครม. เห็นชอบต่อไป
ส่วนข้อมูลเครื่องยนต์ CHD 620 ได้ผ่านมาตรฐานจากสมาคมจัดชั้นเรือของประเทศอังกฤษ และประเทศปากีสถาน ได้จัดซื้อเรือ ดำน้ำจีนที่ติดตั้งเครื่องยนต์ CHD 620 เช่นกัน ซึ่งน่าจะได้เห็นประสิทธิภาพของเรือดำน้ำในอีกไม่นานนี้
แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่า การเจรจาครั้งนี้ หน่วยงานจีนได้รับข้อเสนอของไทยในการเพิ่มเติมการสนับสนุน โดยไม่ได้ใช้คำว่าชดเชย และจะนำกลับไปพูดคุยกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กลางทหารของจีนอีกครั้ง
เช่นเดียวกับข้อแลกเปลี่ยนสินค้าทางด้านการเกษตรฯ หรือ บาร์เตอร์เทรด แต่ที่สำคัญ คือ การจะเดินหน้าต่อ รัฐบาลไทยต้องมีมติในเรื่องการเดินหน้าโครงการเรือดำน้ำ และการเปลี่ยนเครื่องยนต์ ทำให้ทางไทย ยังไม่เปิดเผยรายการที่ทางจีนจะให้กับไทยอย่างละเอียด
ขณะที่มีรายงานข่าวในกระทรวงกลาโหมแจ้งว่า การเจรจากับจีนยังไม่จบทั้งหมด แต่จากนี้การพูดคุยจะใช้วิธีผ่านทางวิดีโอคอล คาดว่าน่าจะจบเร็วๆนี้ และคงต้องไปหา "นายภูมิธรรม เวชยชัย" รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ที่กำกับดูแล เพราะต้องไปรายงานความคืบหน้าเรื่องเรือดำน้ำ เมื่อได้ทิศทางที่ชัดเจน