ส่วนจะต้องกลับไปดูถึงกระบวนการสรรหาหรือไม่นั้น คงไม่ใช่หน้าที่ ของ ป.ป.ช. คงต้องไปอยู่กับคนที่สรรหามา เพราะ ป.ป.ช.รับผิดชอบเฉพาะกรณีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือทุจริตต่อหน้าที่ ส่วนการกล่าวหาคณะกรรมการ ไม่ใช่หน้าที่ของ ป.ป.ช. เพราะเป็นองค์อิสระอื่นที่จะต้องพิจารณา
ทั้งนี้ จะต้องเรียกสองบุคคลที่ถูกอ้างอิงในท้ายคำร้องมาสอบถามหรือไม่นั้น ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง ส่วนที่มีชื่อของ "พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" อดีตรองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อยู่ในเอกสารด้วยนั้น ต้องไปดูว่า พล.อ.ประวิตร เป็นพยานในเรื่องอะไร ซึ่งก็เป็นแนวทางยืนยันว่ายังไม่มีข้อยุติ
"ตอนนี้อยู่ในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังไม่มีมีการไต่สวน คงต้องพิจารณาว่าพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ถูกตั้งข้อกล่าวหามากี่เรื่อง หากได้รับผลกระทบอีกหลายคดี จะต้องไปดูในทุกๆ เรื่อง ซึ่งหลังได้รับหนังสือร้องเรียนจากพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับคณะกรรมการกรรม ป.ป.ช. รายดังกล่าว" นายนิวัติไชย ระบุ
ส่วนจะมีการส่งเรื่องถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่นั้น ต้องดูข้อพิจารณาก่อนว่า ป.ป.ช. มีอำนาจส่งเรื่องให้กับประธานสภา หรือไม่ พร้อมย้ำว่ากระบวนการสรรหา เป็นเรื่องที่ทางสภา จะต้องไปตรวจสอบกันเองว่าสรรหามาอย่างไร
เมื่อถามว่า มองเป็นเรื่องส่วนตัวหรือไม่นั้น นายนิวัติไชย กล่าวว่า เรื่องคำร้องเรียนต้องดูที่ข้อเท็จจริง ตนถึงบอกว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ถูกกล่าวหาได้โดยง่าย
"วันนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทำอะไรปุ๊บ ก็ถูกอีกฝ่ายหนึ่งคัดค้าน ผมถึงบอกว่ามันมีประจำอยู่แล้ว วันหนึ่งในการประชุมก็มีเรื่องการคัดค้านเข้ามาเยอะ ส่วนการคัดค้านเป็นไปตามข้อเท็จจริงหรือไม่ ก็ต้องตรวจสอบ เพราะเป็นคำร้องเท่านั้นเอง ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย" เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าว