ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เหตุพักโทษในกรณีเจ็บป่วยร้ายแรงนั้น ตามกฎหมายระบุว่า จะต้องเป็นกรณีเจ็บป่วยร้ายแรง หรือ พิการ หรืออายุ 70 ปีขึ้นไป ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งผู้ที่อายุ 70 ปีขึ้นไปนั้น อาจไม่แข็งแรง ก็จะมีมาตรการประเมินของแพทย์ และพยาบาลอย่างน้อย 2 คน และในกรณีดังกล่าวอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลสุขภาพของบุคคลเป็นความลับส่วนบุคคล ไม่สามารถนำมาเปิดเผยให้บุคคลผู้นั้นเสียหายได้
ทั้งนี้ เว้นแต่จะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบุคคลนั้น และกฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ ตามพ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ จึงยืนยันว่า การวินิจฉัยอาการ มีแพทย์จากกระทรวงสาธารณสุขมาวินิจฉัย ย้ำว่ากรณีดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ทางการแพทย์ มีความชอบธรรมด้วยเหตุผลและคุณธรรม
นอกจากนี้ นายณัฐชา ยังได้ถามต่อว่า แพทย์ และพยาบาล 2 คน ที่รับรองการประเมินอาการนายทักษิณนั้นเป็นใคร เพราะถือเป็นหมอเทวดา ที่เซ็นรับรองนายทักษิณ อาการหนักก่อน 180 วัน แต่เมื่อครบ 180 วันแล้ว อาการหายทันที และสามารถกลับบ้านได้
โดย พ.ต.อ.ทวี ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายชื่อ เนื่องจากมีใบไม่ยินยอมของผู้ตรวจให้เปิดเผยอาการ จึงไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ยืนยันว่าแพทย์ที่ตรวจ เป็นแพทย์ที่เป็นกลาง และมีการปฏิบัติครบถ้วน ตามแบบประเมินการช่วยเหลือตัวเองได้น้อย ซึ่งจะมีคะแนนเต็ม 20 คะแนน หากสูงกว่า 11 คะแนน จะไม่อยู่ในเกณฑ์ แต่นายทักษิณ คะแนนต่ำกว่า 11 คะแนนเล็กน้อย จึงเป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบ
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการตั้งกระทู้ถามเรื่องนายทักษิณ ของนายณัฐชานั้น มี สส.พรรคเพื่อไทย คอยประท้วงการตั้งกระทู้ถาม อาทิ นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ สส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ที่เห็นว่า นายณัฐชา ตั้งกระถามที่เป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคลภายนอก พร้อมกล่าวหา สส.พรรคก้าวไกล ที่มักมีการใช้ภาพบุคคลภายนอก มาเผยแพร่ประกอบการหารือในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งขัดต่อข้อบังคับการประชุม
ทำให้ "นายปดิพัทธ์ สันติภาดา" รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม ต้องวินิจฉัย โดยได้ชี้แจงถึงข้อบังคับการประชุมที่นายไชยวัฒนา ประท้วงนั้น มีข้อยกเว้นว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคลใด เว้นแต่เกี่ยวกับการงานในหน้าที่ราชการ ดังนั้น นายณัฐชา จึงสามารถสอบถามการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนงานราชการได้
รวมถึง น.ส.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่เห็นว่ากระทู้ถามของนายณัฐชา เป็นการออกความเห็นและซ้ำกับกระทู้ถาม ที่เคยมีผู้ที่ถามไปแล้ว จึงเป็นกระทู้ถามที่เวียนวน เพื่อชี้นำให้เกิดความเข้าใจผิด และเสียหายต่อบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในสภา แต่นายปดิพัทธ์ วินิจฉัยยืนยันว่า นายณัฐชา สามารตั้งกระทู้ถามได้ เพราะเป็นการถามมาตรฐานการใช้กฎหมาย
ก่อนที่ น.ส.ศรีญาดา ประท้วงอีกครั้ง เพราะเห็นว่าการถามกระทู้ของนายณัฐชา เป็นการออกความเห็นด้านกฎหมาย และใช้วาทกรรมบิดเบือนให้เกิดความเข้าใจผิด จนทำให้ "นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วง น.ส.ศรีญาดา ให้รับฟังคำวินิจฉัยของประธานการประชุม เพราะถือเป็นที่เด็ดขาด และหากยังประท้วงวนเวียนซ้ำซาก ก็ขอให้ประธานเชิญน น.ส.ศรีญาดา ออกจากห้องประชุม ซึ่งนายปดิพัทธ์ ได้วินิจฉัยให้นายณัฐชา ได้ตั้งกระทู้ถามต่อ