ซึ่งระหว่าง "สมเด็จฮุน เซน" ให้สัมภาษณ์ยังได้นำเอกสารที่รัฐบาลไทยส่งมาให้กัมพูชา ในการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนยื่นให้ "ทักษิณ" ระหว่างออกรายการเทปบันทึกภาพ ก่อนที่จะพูดให้ความมั่นสัญญาใจกับ "ทักษิณ" ว่าจะไม่มีการส่งตัวกลับไทยอย่างแน่นอน
ด้วยเหตุผล 3 ข้อ คือ
- "ทักษิณ" เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของ "สมเด็จฮุน เซน" ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยกษัตริย์กัมพูชา
- สัญญาการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจะไม่นับรวมกรณีที่เป็นนักโทษทางการเมือง
- คดีที่ "ทักษิณ" ตกเป็นผู้ต้องหาเกิดขึ้นหลังรัฐประหาร ซึ่งไม่เป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์แบบ
ทว่า คล้อยหลังจากนั้นไม่นาน "ทักษิณ" ก็ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งนี้
แต่ความผูกพันไม่ได้มีเพียงเท่านั้นทางด้านธุรกิจเอง ซึ่งในปี 2551 โดย "พล.อ.เตีย บัญ" รมว.กลาโหม กัมพูชา ออกมายืนยันถึงกระแสข่าวที่มีการรายงานในไทย ว่า "ทักษิณ" เตรียมเข้ามาลงทุนในพื้นที่ อ.เกาะกง นั้น เป็นความจริง และทำธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ แต่อยู่ระหว่างการศึกษา
ทั้งหมดเป็นภาพรวมเชิงความสัมพันธ์ที่ทั้งคู่มีต่อกันในช่วงที่ต่างฝ่ายนั่งเป็นผู้นำในการบริหารประเทศที่นำมาเล่าพอสังเขป