ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการที่ ตำรวจ สน.ดุสิต ทำบันทึกการจับกุม และทำเอกสารการจับกุมตามขั้นตอน ทั้งของนายยศวริศ และของ น.ส.พิมณัฏฐา ซึ่งจะมีการสอบคำให้การในเบื้องต้นด้วย
ทั้งนี้ นายยศวริศ มีสีหน้าปกติ แต่มีลักษณะของการประสานงานตลอดเวลา ซึ่งหลังจาก ทำบันทึกจับกุมเสร็จสิ้น จะนำตัวไปส่งดำเนินคดีที่ กองบังคับการ ปปป. ต่อไป
ยิ้มพยักหน้าตอบรับมั่นใจไม่ได้ทำผิด
อย่างไรก็ตาม เวลาประมาณ 18.05 น. ตำรวจได้คุมตัวนายยศวริศ ออกมาเข้าห้องน้ำ ซึ่งระหว่างนั้น ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามว่า รู้สึกกังวลหรือไม่ เครียดหรือไม่ โดย นายยศวริศ ยิ้มและโบกมือปฏิเสธไม่เครียด
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าไม่ได้ทำผิด นายยศวริศ ไม่ได้พูดตอบคำถาม แต่ยิ้มพยักหน้าตอบคำถามแทน ก่อนจะเข้าห้องไปทำบันทึกและเอกสารการจับกุมต่อ
ขณะเดียวกัน การจับกุมครั้งนี้ยังมือชื่อ "น.ส.พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์" อดีตผู้สมัคร สส.อุตรดิตถ์ พรรครวมไทยสร้างชาติ โดยก่อนหน้าที่จะมีการถูกจับ น.ส.พิมณัฎฐา ได้มีการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีเนื้อหาดังนี้
ขณะที่ เวลาประมาณ 18.40 น. นายยศวริศ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ระหว่างที่ทำบันทึกการจับกุม ที่สน.ดุสิต หลังถูก ปปป.ดำเนินคดีในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ และเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ม.157 ว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการออกหมาย และตนเองทราบข่าว ก็ได้เดินทางมามอบตัวทันที เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ และยืนยันว่า ตนเองไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ แล้ว เพราะลาออกหมดแล้ว และวันนี้ที่เดินทางไปทำเนียบรัฐบาลก็เพื่อไปพบปะกับเพื่อนฝูงเท่านั้น
"การเข้ามามอบตัว เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ก็เพราะไม่อยากให้มีผลกระทบกับทางพรรครวมไทยสร้างชาติ และไม่อยากให้มีผลกระทบกับนายพีระพันธ์ เพื่อป้องกันไม่ให้ท่านเกิดความเสียหาย" นายยศวริศ กล่าว
ส่วนประเด็นที่ตำรวจได้มีการออกหมายจับร่วมกับนายศรีสุวรรณ หรือมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร ส่วนตัวเชื่อว่า เนื่องจากตนเองมักจะมีเรื่องไปร้องเรียนควบคู่กับนายศรีสุวรรณ มาก่อน ในเรื่องการทุจริตขององค์กรต่างๆ ทั้งทุจริตในองค์กร ทุจริตของกรม ทุจริตของกระทรวง แต่เรื่องนี้ไม่รู้ไปเกี่ยวพันได้อย่างไร ซึ่งเรื่องของคดีนั้น ตอนนี้ต้องให้ทนายความเป็นคนไปจัดการ และจนถึงตอนนี้ยืนยันว่าตนเองนั้นบริสุทธิ์ใจ และไม่เรื่องราวในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ จึงไม่ได้มีความกังวลใจอะไร
จากนั้น เวลา 20.15 น. ตำรวจ บก.ปปป. ได้คุมตัว นายยศวริศ มายังอาคารที่ทำการ บช.ก. เพื่อสอบปากคำ โดยเจ้าหน้าที่ได้พาตัวนายยศวริศ ลงรถก่อนขึ้นลิฟท์ของอาคารจอดรถ และพาขึ้นทางเชื่อมชั้น 3 เพื่อเดินเข้าลิฟท์มายังชั้น 15 อาคารที่ทำการ บช.ก. ก่อนที่นายยศวริศ จะขอทางเจ้าหน้าที่เข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว
โดยมีผู้สื่อข่าวดักรออยู่ด้านหน้าเพื่อรอสัมภาษณ์ ซึ่งนายยศวริศ ได้เปิดเผยว่า ส่วนตัวยืนยันในความบริสุทธิ์และไม่เคยมีปัญหากับผู้เสียหายแต่ผู้เสียหายมีปัญหากับนายศรีสุวรรณหรือไม่ตนไม่ทราบ อีกทั้ง ยอมรับว่าเคยเจอกับผู้เสียหายแต่ในรายละเอียดขอไม่พูดถึง ส่วนตัวไม่รู้สึกกังวลใจอะไร มาขอดูกันต่อไป
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าจากการที่เป็นคณะทำงานได้มีการไปตรวจสอบโครงการตามที่ร้องเรียนหรือไม่ นายยศวริศ กล่าวว่า ได้ไปตรวจสอบและพบความผิดปกติค่อนข้างที่จะเยอะหลายโครงการ อย่างไรก็ตาม ได้เตรียมหลักทรัพย์มาจำนวนหนึ่งเพื่อที่จะขอยื่นประกันตัวในชั้นสอบสวน ส่วนจะได้รับการประกันตัวหรือไม่ เป็นดุลยพินิจของทางเจ้าหน้าที่