ขณะที่ น.ส.วรรณภา ติระสังขะ รองศาสตราจารย์สาขาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นว่า พัฒนาการรัฐธรรมนูญ เปรียบเสมือนประวัติของรัฐ ที่สะท้อนปัญหา และความต้องการของประเทศ แต่ละฉบับมีการเปลี่ยนแปลงเชื่อมโยงถึงกัน ทั้งมีการรักษาไว้ และพยายามทำให้สูญหายไป แต่สิ่งสำคัญของรัฐธรรมนูญไทย ขึ้นอยู่กับว่า ใครเป็นผู้ร่าง ซึ่งหากมีที่มาถูกต้องชอบธรรม ก็จะเป็นไปเพื่อตอบสนองประชาชน แต่หากเป็นรูปแบบอื่น ก็อาจถูกกำหนดรูปแบบวัตถุประสงค์ในอีกรูปแบบหนึ่ง เช่น
รัฐธรรมนูญ 2540 ที่เป็นฉันทามติร่วมกันในสังคม ทำให้ประเทศเดินหน้าได้ ดังนั้น รัฐธรรมนูญที่ดี ควรตอบฉันทามติสังคม และสร้างความเป็นพลเมือง เหมือนฉบับ 24 มิถุนายน 2475 ที่กำหนดอำนาจสูงสุดของประเทศ เป็นของราษฎรทั้งหลาย และยังกล่าวถึงการเลือกตั้ง ที่ยืนหยัดระบบรัฐเดี่ยว มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฯลฯ
แต่จะต้องไม่ลืมอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน แต่ในรัฐธรรมนูญ 2560 กลับมีจุดเด่นที่กลายเป็นจุดด้อย เช่น ที่มาของ สว. และอำนาจ สว.ในบทเฉพาะกาล ที่สิ่งสำคัญคือ อำนาจจะต้องแปรผันตามที่มา และเชื่อมโยงกับประชาชนอย่างเข้มข้น ซึ่งหาก สว.จะมีอำนาจมาก ก็ไม่ควรมากไปกว่าประชาชน และยังไม่นับรวมการแก้รัฐธรรมนูญ ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ การกำหนดวาระนายกรัฐมนตรี ที่มักไม่ใช้ในระบบรัฐสภา เพราะจะต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของประชาชนผ่านการเลือกตั้ง รวมถึงการนิรโทษกรรมการรัฐประหาร ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ
ซึ่งการนิรโทษกรรม จะดำรงคงอยู่ จึงถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายการจัดทำรัฐธรรมนูญในอนาคต ความทรุดโทรมของคุณค่ารัฐธรรมนูญ ผ่านการทำลายความเป็นกฎหมายสูงสุด นับตั้งแต่การเปิดโอกาสให้ระบบการเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เข้ามาแอบแฝงในรัฐธรรมนูญ และมีส่วนกำหนดอำนาจขององค์กรต่าง ๆ และประชาชน และยังเอื้อให้เกิดผลร้ายต่อการเดินหน้าประชาธิปไตย ซึ่งรัฐธรรมนูญ 2560 ยังมีอำนาจนิยมแอบแฝง ที่แม้จะมีการเลือกตั้ง แต่ก็ยังถูกสอดแทรกด้วยอำนาจนิยมอื่น ๆ
น.ส.วรรณภา ยังเห็นว่า ทิศทางแนวโน้มของรัฐธรรมนูญในอนาคต มีความท้าทาย ทั้งกระบวนการ ที่ควรจะให้คนที่มีความเห็นไม่ลงรอยกัน มาแสดงความเห็น และทำให้เกิดฉันทามติร่วม จึงควรทำให้กระบวนการออกแบบรัฐธรรมนูญใหม่ มีการเปิดพื้นที่ให้คนเห็นต่างมาพูดคุย หยิบยกปัญหาความจริงขึ้นมาพูดว่า คนในสังคมต้องการกติกาแบบใด นำคนทุกกลุ่ม ทุกชนชั้นมาร่วมกระบวนการให้มากที่สุด และต้องมีความเข้าอกเข้าใจกัน ไม่ผลักคนเห็นต่างไปอยู่อีกพวกหนึ่ง
ส่วนการกำหนดเนื้อหานั้น ควรจะต้องแก้ไขปัญหาในอดีตให้ได้ และไม่เป็นกับดักทางการเมือง ที่เกิดความไม่ชอบธรรม และไม่ได้รับการยอมรับ รวมถึงควรจะมีทางออกสำหรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะไม่มีใครทราบว่า ปัญหาในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น จึงควรมีการบัญญัติถึงกระบวนการจัดการออกเสียงประชามติ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ให้รัฐธรรมนูญเสมือนมีชีวิต
ขณะที่ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองศาสตราจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงปัญหาความไม่ยั่งยืนของรัฐธรรมนูญไทยว่า หากต้องการให้ระบอบประชาธิปไตยไทยสำเร็จ จะต้องยกเลิกแนวความคิด "การยึดอำนาจ" และทำให้รัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติที่เป็นชั่วนิรันด์ คือ ไม่สามารถล้มล้างรัฐธรรมนูญ หรือไม่มีการรัฐประหาร
รวมถึงนำบทเรียนที่เกิดขึ้น มาแก้ไข เพื่อไม่ให้วนกลับไปปัญหาเดิม เช่น ปัญหา สส.งูเห่า หรือปัญหาการขับ สส.ออกจากพรรค แล้ว สส.ไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นที่มี สส.คนเดียว และปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สามารถทำได้ยาก