svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

ชาวไร่อ้อยเตรียมเฮ ครม. จ่อเคาะ 8,000 ล้าน หนุนตัดอ้อยสด ตันละ 120 บาท

04 ธันวาคม 2566
457

"นายกฯ" ประเดิม ครม.สัญจรครั้งแรก จ.หนองบัวลำภู จ่อเคาะ 8,000 ล้าน หนุนตัดอ้อยสดตันละ 120 บาท พร้อมเว้นค่าดอกเบี้ยโรงรับจำนำ 5,000 บาทแรก เล็งปัดฝุ่นสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง จ่อจัดสารพัดโครงการพัฒนาอีสานตอนบน 5 จังหวัด ตามที่เอกชนเสนอ

4 ธันวาคม 2566 วันนี้ (4 ธ.ค.) เวลา 10.00 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ซึ่งเป็นครั้งแรกของรัฐบาล ที่ จ.หนองบัวลำภู ณ ห้องประชุมโรงแรมณัฐพงษ์ แกรนด์

โดยก่อนการประชุมนายกรัฐมนตรี จะได้เยี่ยมชมนิทรรศการของพื้นที่จ.หนองบัวลำภู ในหัวข้อต่างๆได้แก่ ภาพรวมการดำเนินงานของจังหวัดหนองบัวลำภู เกษตรเพิ่มมูลค่า จังหวัดสีขาว เมืองผ้า น่าอยู่ น่าเที่ยว เทคโนโลยีระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการความร่วมมือพัฒนาระบบการให้ความรู้ทางการเงินและมาตรการแก้ปัญหาหนี้รายย่อย

ทั้งนี้ในการประชุมช่วงแรก จะมีการหารือวาระสำคัญของรัฐบาล (Agenda Based) ระยะเวลา 1 ชั่วโมง โดยผู้เข้าร่วมประชุมฯ ในวาระนอกเหนือจากองค์ประกอบปกติของ ครม. ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัด รองเลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และรองผู้อำนวยการ สำนักงบประมาณ ประกอบด้วย

     1. ผลการประชุมบูรณาการการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนำเสนอ คนนละไม่เกิน 3 นาที โดยไม่มีภาคเอกชน

     2.ผลการปฏิบัติราชการของคณะรัฐมนตรีในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (สรุปการลงพื้นที่และข้อสั่งการของ ครม.) นำเสนอโดย สศช.

     3. แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายผู้ว่า CEO โดย สศช.

สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญ ดังนี้

  • กระทรวงอุตสาหกรรม เสนอโครงการสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ที่อัตรา 120 บาทต่อตัน วงเงิน 8,000 ล้านบาท โดยจะเสนอของบกลางฯรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น พ.ศ.2566 พลางไปก่อนมาใช้จ่ายในส่วนนี้ให้กับเกษตรกร
  • สำนักงบประมาณ เสนอยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 เพื่อเป็นกรอบการจัดทำงบประมาณปี 2568 ให้กับหน่วยงานราชการที่จะเสนอของบประมาณ
  • กระทรวงพลังงาน เสนอร่างกฎกระทรวงสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน พ.ศ. ..
  • กระทรวงการต่างประเทศ เสนอร่างคำมั่นของประเทศไทยเนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี ของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
  • กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอมาตรการงดดอกเบี้ยโรงรับจำนำในส่วน 5,000 บาทแรก รวมทั้งเสนอสนับสนุนสวัสดิการศูนย์บริบาลผู้สูงอายุ ใน 20 จังหวัดภาคอีสาน และนโยบายของขวัญปีใหม่จากกระทรวง ทั้งหมด 8 ด้าน

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่จะเสนอโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) จังหวัดที่จะเสนอแผนการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วย บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี  รวมถึงการเสนอก่อสร้างกระเช้าลอยฟ้าขึ้นภูกระดึง จ.เลย

โดยก่อนหน้านี้กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ได้มีการเสนอให้รัฐบาลผลักดันเป็น “ศูนย์การท่องเที่ยวของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ เกษตรอุตสาหกรรมมูลค่าสูง เมืองน่าอยู่” เพราะในกลุ่มนี้ มีศักยภาพแหล่งท่องเที่ยงจำนวนมาก รวมถึงมีเขตจังหวัดติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งยังสามารถพัฒนาได้อีกจำมาก

สำหรับข้อเสนอของภาคเอกชน กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 เพื่อให้ครม.พิจารณา ประกอบด้วย

     1. ยกระดับการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ให้ไปสู่การท่องเที่ยวระดับนานาชาติ โดยใช้ Soft Power อัตลักษณ์ท้องถิ่น อาทิ ประเพณี วัฒนธรรม ภาษา อาหาร เส้นทางโรแมนติกรูท นาดีรูท และสี่เหลี่ยมวัฒนธรรมล้านช้าง

     2. เร่งรัดการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบของลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อรองรับภาคการเกษตร การบริโภค และการลงทุน

     3. ยกระดับโรงพยาบาลภาครัฐของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน

     4. ศึกษาและวางแผนโลจิสติกส์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 สู่ NeEC และเชื่อมโยงภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

     5. จัดทำระบบขนส่งมวลชน เพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 เพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ปี 2569

     6. ส่งเสริมการจัดงานมหกรรมผ้าทอมือภูมิภาคลุ่มน้ำโขง GMS Fabric Expo

     7. ยกระดับรายได้เกษตรกรภายใต้การจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น

     8. เร่งรัดปรับปรุงผังเมืองรวมและผังเมืองรวมจังหวัด เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุน ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

     9. แก้ไขปัญหาและยกระดับมูลค่าเพิ่มเกษตรอุตสาหกรรมพืชเศรษฐกิจ เช่น มันสำปะหลัง ไผ่ ยางพารา

     10.เร่งรัดและผลักดันการจัดประชุมคณะกรรมการร่วมไทย-ลาว ตามแม่น้ำโขงและแม่น้ำเหือง (JTMH)

โดยเมื่อแยกเป็นรายจังหวัด มีข้อเสนอของแต่ละจังหวัดดังนี้

จังหวัดบึงกาฬ เสนอ

  • โครงการพัฒนาการค้าชายแดน และการท่องเที่ยว เพื่อรองรับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ)
  • เร่งรัดโครงการบริหารจัดการแม่น้ำโขง-แม่น้ำสงคราม เพื่อการเกษตร

จังหวัดเลย เสนอ

  • ขอเร่งรัดการก่อสร้างรันเวย์ท่าอากาศยานเลย เพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต

จังหวัดหนองคาย เสนอ

  • เร่งรัดลงทุนการสร้าง Container Yard ให้แล้วเสร็จ เพื่อการรองรับการขยายตัวการขนส่งสินค้าทางรางของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 และ EEC
  • ขอจัดตั้งเขตเพื่อคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ จุดขาย (Tax Refund) ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน1(นำร่องในเขตท้องที่เทศบาลเมืองหนองคาย)
  • ยกระดับมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย เป็นมหาวิทยาลัยหนองคาย หรือพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดให้มีความก้าวหน้าในระดับนานาชาติให้การยอมรับ
  • จัดสร้างและพัฒนาศูนย์ Business Center เพื่อรองรับการเข้ามาลงทุน
  • โครงการพัฒนายกระดับระบบการนำเข้า-ส่งออก ไทย-ลาว-จีน ในรูปแบบ Single Windows

จังหวัดหนองบัวลำภู เสนอ

  • ขอรับการสนับสนุนขนส่งระบบราง เชื่อมโยงอุดรธานี-หนองบัวลำภู-เลย และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
  • ผลักดันสะพานเฉลิมพระเกียรติ ระหว่างอำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู กับอำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น
  • ยกระดับวิทยาลัยชุมชน เพื่อเป็นสถาบันพัฒนาวิชาชีพเฉพาะทางในระดับปริญญาตรี
  • พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกเฒ่าโต้ จังหวัดหนองบัวลำภู
  • พัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผ้าทอธรรมชาติ จังหวัดหนองบัวลำภู
  • โครงการหนองบัวลำภูเจ้าบ้านที่ดี เพื่อยกระดับการพัฒนาบุคลากรและแหล่งท่องเที่ยว
  • โครงการศึกษาออกแบบทางเลี่ยงเมือง อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู

จังหวัดอุดรธานี เสนอ

  • เร่งรัดการจัดตั้งศูนย์ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service : OSS) ให้แล้วเสร็จ ภายในปี 2567 เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าชายแดน/ผ่านแดน แบบครบวงจร ณ จังหวัดอุดรธานี
  • ยกระดับการให้บริการด้านสุขภาพในจังหวัดอุดรธานี ให้เป็นศูนย์กลางการแพทย์ระดับนานาชาติ