ด้าน นายดนุพร ปุณณกันต์ ประธานอนุ กมธ. กล่าวเพิ่มว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าจากที่ ปปง. แถลงข่าวไปว่ามีการยึดทรัพย์บุคคลคือ นายชนินทร์ เย็นสุดใจ กับพวก แต่เงินจำนวนนี้ยังไม่เพียงพอในการชดใช้ค่าเสียหายกับผู้ที่ถูกหลอกให้ไปซื้อหุ้นกู้ มูลค่า 9,000 กว่าล้านบาท
ซึ่งตอนนี้ทาง ปปง. เองทำงานร่วมกับ กลต. และดีเอสไออย่างใกล้ชิด ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการทำงานต่อไปอย่างมีนัยสำคัญ และทางอนุ กมธ. เองได้ประชุมทุกสัปดาห์เพื่อที่จะตามเงินเหล่านี้กลับมาคืนให้กับพี่น้องประชาชนที่ถูกหลอก ถูกโกง และขอเรียนว่าข้อมูลบางข้อมูลไม่สามารถลงรายละเอียดได้ เพราะเป็นเรื่องของคดี เงินจำนวน 300 กว่าล้านบาท ที่ถูกอายัด ยังไม่เพียงพอต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
โดย อนุกมธ. ได้สอบถามไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และ ปปง. ทราบว่าตอนนี้มีการประชุมและส่งมอบทรัพย์สินต่าง ๆ ที่ กลต. ได้ยึดอายัดทรัพย์สินไว้หลายพันล้าน และทรัพย์สินนั้นอยู่ในการตรวจสอบของปปง. เป็นทั้งบัญชีเงินฝาก ที่ดิน รถยนต์ คอนโด มูลค่าหลายพันล้าน ตอนนี้อยู่ในกระบวนการเรียบร้อยแล้วขอให้สื่อมวลชนฝากไปยังผู้เสียหายว่าตอนนี้ทรัพย์สินทั้งหมดถูกอายัดในเบื้องต้นไว้ แล้วเงินที่ท่านถูกโกงไปกำลังถูกตามกลับคืนมาชดใช้ให้ท่าน
"ประชาชนผู้ได้รับความเสียหายจากคดีของบริษัทสตาร์คฯ ให้เตรียมพร้อมที่จะยื่นคำร้องพร้อมทั้งหลักฐานแสดงรายละเอียด และความเสียหายต่อสำนักงาน ปปง. ภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันที่สำนักงาน ปปง. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้มีการยื่นคำร้อง" นายดนุพร ระบุ